Social

งานบุญบั้งไฟ! ตะไลยักษ์ร่มไม่กาง หล่นใส่เต้นท์ ‘นายปริญญา’ สส.พลังประชารัฐ ชาวอีสานเชื่อเป็นลางบอกเหตุ

งานบุญบั้งไฟ! ตะไลยักษ์ร่มไม่กาง หล่นใส่เต้นท์ ‘นายปริญญา’ สส.พลังประชารัฐ ชาวอีสานเชื่อเป็นลางบอกเหตุ (ชมภาพ) วันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟ บริเวณ ต.ถาวรวัฒนา อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร สนับสนุนโดยองค์การบริหารส่วนตำบลถาวรวัฒนา ในพิธีเปิดของวันนี้ทางผู้จัดได้เชิญ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย หรือ “บอย” อายุ 44 ปี ส.ส. กำแพงเพชร พลังประชารัฐ โดยขณะที่ทางงานได้ทำการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า บั้งไฟตะไลที่มีความกว้างขนาดไม่ต่ำกว่า 1 เมตรคูณ 1 เมตร ได้จุดขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังจากทะยานขึ้นไปแล้วโครงของบั้งไฟตะไลก็จะร่วงหล่นลงมา และจะมีร่มกางช่วยให้ร่อนลงสู่พื้นอย่างช้าๆ แต่ปรากฏว่าร่มดังกล่าวเกิดไม่กางทำให้โครงบั้งไฟนั้นตกลงมาอย่างรวดเร็ว ที่เต็นท์ของเจ้าหน้าที่อำนวยการ ซึ่งมีนายปริญญานั่งชมการจุดบั้งไฟอยู่ด้วย โครงบั้งไฟตะไลที่ร่วงหล่นใส่เต็นท์อย่างรวดเร็วส่งผลให้โครงเหล็กร่วงใส่นายปริญญา ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะบริเวณหน้าผากมีแผลเปิด ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยอาสาสมัครสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ได้ช่วยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งตัวต่อไปให้แพทย์รักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา นับเป็นเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นในงานบุญประเพณีบั้งไฟ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังผู้ติดตามนายปริญญา ฤกษ์หร่าย ทราบว่าขณะนี้ อยู่ในห้องแพทย์ ได้ทำการเย็บแผลให้จำนวน 5 เข็ม อาการปลอดภัยและขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง

Continue reading

Social

ไหนว่าไม่เอา ‘บิ๊กตู่’ โซเชียลแชร์ ‘มงคลกิตติ์’ หัวหน้าพรรค ‘ไทยศรีวิไลซ์’ ไม่รักษาสัจจะ ประกาศหนุน ‘พปชร.’

ไหนว่าไม่เอา ‘บิ๊กตู่’ โซเชียลแชร์ ‘มงคลกิตติ์’ หัวหน้าพรรค ‘ไทยศรีวิไลซ์’ ไม่รักษาสัจจะ ประกาศหนุน ‘พปชร.’ (ชมคลิปท้ายข่าว) เมื่อเวลา 13.30 น. วานนี้ (13 พ.ค.) ที่ห้องกรุงเทพ 2 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์​ เซ็นทรัลลาดพร้าว กลุ่ม​ 11 พรรคการเมืองขนาดเล็ก กว่า 11 พรรค รวมตัวกันแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย โดย นายมงคลกิตติ์​ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลซ์ หนึ่งในตัวแทนพรรคเล็กกล่าวตอนหนึ่งว่า บ้านเมืองไทยเสียโอกาส ปัญหาของพี่น้องประชาชนมีจำนวนมากเราทั้ง 11 พรรค จึงมีฉันทามติร่วมกัน ในการที่จะทำให้บ้านเมืองไปต่อได้ “ดังนั้น ในการเจรจาขั้นต่อไป ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ผมขอร้องว่าอย่าต่อรองเยอะ มาร่วมมือกันทำงาน มันเสียเวลา เพราะว่าเลือกตั้งมาเกือบสองเดือนแล้ว เพราะฉะนั้น หาคนที่มีคุณภาพมาคุยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน” จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ภาพข่าวของ “ข่าวสดออนไลน์” ที่นำเสนอในเรื่องดังกล่าว พร้อมพิมพ์แคปชั่นสั้นๆว่า “หุหุ” ทิ้งปริศนาให้ผู้ที่เข้ามาตอบอย่างมากมาย จากนั้น ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวที่ นายมงคลกิตติ์ เคยระบุว่า จะไม่สนับสนุน บิ๊กตู่ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังมีการติด #มงคลกิตติ์ #สสเอื้ออาทร…

Continue reading

Social

ได้เวลาเดินหน้า ราศีที่ในช่วงนี้จะ ‘สู้แล้วรวย’ ศึก 12 ราศี 12 พฤษภาคม 2562

ได้เวลาเดินหน้า ราศีที่ในช่วงนี้จะ ‘สู้แล้วรวย’ ศึก 12 ราศี 12 พฤษภาคม 2562 (ชมคลิปท้ายข่าว) ราศีที่ไหนในช่วงนี้จะ ‘สู้แล้วรวย’ คือ ราศี พิจิก เป็นการโคจรในรอบ 12 ปี เป็นเกณฑ์รวยในการสู้ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ทุกอย่างจะต้องสู้และอดทนถึงจะได้มา หมอลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธง เปิดดวง 12 ราศี ครึ่งปีหลัง ราศีใดถึงเวลารวยตั้งตัวได้ ราศีใดมีโอกาสได้เงินก้อนใหญ่ ราศีใดพลิกร้ายกลายเป็นดี ราศีมังกร ปีแห่งการลงทุนสะสมทุนตลอดปี ความรักถ้าแต่งงานแล้วจะมีคู่แท้ที่เป็นสุขมีปัญหาบ้างแต่จะผ่านไป ถ้าโสดให้ความแผนเรื่องความรักไว้ไปทำมาหากิน การงานปีที่ผ่านมาเบื่อเซ็ง แต่หลังจากตุลาคนที่ผ่านมาเริ่มคึกคัก การเงินอย่าให้ใครยืมเงิน อย่าไปค้ำประกันให้ใคร จะมีปัญหา ราศีกุมภ์ ปีแห่งการพ้นเคราะห์รับชีวิตสดใสรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล ความรัก อาจมีปัญหาในช่วงนี้ให้ประคับประคองอดทน คนโสดรักตัวเองให้มากๆ การงาน มีโอกาสรุ่งโรจน์บนโอกาสใหม่ๆ ราศีมีน (เกิดระหว่างวันที่ 14 มี.ค. – 12 เม.ย.) ปีแห่งความโชคดีราบรื่นเจริญก้าวหน้า ความรัก คนโสดยากที่จะลงเอยให้เอาเวลาไปสร้างตัว ใครมีครอบครัวให้ทําดีต่อไป การงาน ประสบความสําเร็จ ในการงาน การเรียน มีโอกาสลุยเลยอย่ารีรอ ราศีเมษ (เกิดระหว่างวันที่ 13 เม.ย. – 13 พ.ค.) เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต ปีแห่งการเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีงาน ดี2ช่วง มีนาคม-มิถุนายน…

Continue reading

Social

มีสิทธิ์ได้เก้าอี้ ส.ส. ‘มาดามเดียร์’ สมาชิกพรรค ‘พปชร.’ หลังหลุดโผไม่ติด 18 ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

มีสิทธิ์ได้เก้าอี้ ส.ส. ‘มาดามเดียร์’ สมาชิกพรรค ‘พปชร.’ หลังหลุดโผไม่ติด 18 ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ (ชมภาพ) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรค เดินทางมารับหนังสือรับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจากกกต. โดยให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกันในการจัดตั้งรัฐบาลกับหลายพรรคการเมือง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จากการพูดคุยกันมีการตอบรับที่ดี แต่ยังต้องรอให้พรรคประชาธิปัตย์เลือกหัวหน้าพรรคก่อน รวมถึงบางพรรคที่ยังต้องจัดระบบภายในพรรคให้ชัดเจน โดยจะเห็นภาพชัดหลังวันที่ ‪15 พ.ค.‬ ส่วนกระแสข่าวว่าบางพรรคไม่พอใจการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี ส่วนตัวมองว่าเป็นเพียงการประเมินของสื่อมวลชน แต่ในส่วนของพรรคมองไปที่การโหวตประธานสภา รองประธานสภา และต่อไปที่การเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆจะเกิดภายหลังจากที่เราได้นายกฯแล้ว เมื่อถามถึงแคมเปญรณรงค์ปิดสวิตซ์ส.ว. ของพรรคอนาคตใหม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลเพราะต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ตอนนี้พรรคให้ความสำคัญกับการรวบรวมคะแนนให้มากที่สุดเพื่อเป็นเสียงข้างมาก รวมตัวจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและพรรคการเมือง โดยคิดว่าเรื่องการทำความเข้าใจในการทำหน้าที่กับพรรคที่มาร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าทุกพรรคมีความตั้งใจมาทำงานเพื่อประเทศ อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีตัวเลขพรรคร่วมรัฐบาลประมาณ 20 พรรค แต่มั่นใจว่าไม่มีผลกับการทำงานและการลงมติในสภา เพราะส.ส.ทุกคนที่มาร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะรวมตัวกันเพื่อสร้างศักยภาพ แม้จะมีเสียงปริ่มน้ำก็ไม่กังวล เท่าที่พูดคุยเจรจากันไม่มีปัญหาอย่างที่สื่อได้วิจารณ์กัน เมื่อถามว่าพรรคอนาคตใหม่ จะโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ นายณัฏฐพล กล่าวว่า เป็นแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ซึ่งต้องรอดูวันเลือกประธานสภา รองประธานสภา ซึ่งก็จะเห็นภาพ และแนวทางในการเลือกนายกฯว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพปชร.จะสละสิทธิเพื่อขยับ น.ส. วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ขึ้นมาเป็น…

Continue reading

Social

พรรคร่วมจ่อถอนตัว รัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ วุ่น ตั้งเงื่อนไขไม่เอา ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก’

พรรคร่วมจ่อถอนตัว รัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ วุ่น ตั้งเงื่อนไขไม่เอา ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก’ (ชมภาพ) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ไม่พอใจการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี เพราะไม่ยอมปล่อยกระทรวงหลักและกระทรวงเศรษฐกิจว่า  ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล ที่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้าคสช. จะลงมาเกลี่ยและจัดสรรตำแหน่งใหม่ จากเดิมที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นผู้จัดการตั้งรัฐบาล และกำหนดโควต้าเศรษฐกิจ ไว้กับ พปชร.ทั้งหมด แต่หลังจากเลือกตั้งสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไป พปชร. ไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงจำเป็นต้องเดินเข้าไปหาและชวนพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้ได้เสียงเกิน 251 เสียง จึงจะบริหารประเทศได้ตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งแกนนำบางส่วนต้องเปลี่ยนวิธีคิด เพราะตอนนี้ไม่ใช่ช่วงรัฐประหารที่ รัฐบาลคสช. จะยึดทุกกระทรวงที่ต้องการเอาไว้ในมือได้ “พปชร.ต้องยอมปล่อยกระทรวงหลัก หรืออย่างน้อยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงเศรษฐกิจออกไปบ้าง ให้แก่พรรคร่วมรัฐบาลบ้าง เพื่อให้การเจรจากับพรรคการเมืองต่างๆเดินไปได้ และสร้างความพึงพอใจให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เป็นคะแนนเสียงเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้ พปชร. เป็นรัฐบาลได้ เพราะหากพวกเขาไม่พอใจจริงๆ และไปตั้งรัฐบาลแข่ง หรือบางพรรคแยกตัวไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยจริง ผู้จัดตั้งรัฐบาล อาจจะไม่ได้อยู่ในเงื้อมมือของ พปชร. อีกต่อไป เพราะเราก็มีแค่ 115 เสียง” แหล่งข่าวระบุ แหล่งข่าวยังได้กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ยังไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลจากพปชร. คือยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเป็นนายกฯ และเป็นหัวหน้า…

Continue reading

Social

ไม่สนดราม่า-ปล่อยลูกดื่มน้ำก๊อก ‘ชมพู่’ เมินคนวิจารณ์การเลี้ยงลูกแฝด เด็กควรจะได้เป็นเด็ก

ไม่สนดราม่า-ปล่อยลูกดื่มน้ำก๊อก ‘ชมพู่’ เมินคนวิจารณ์การเลี้ยงลูกแฝด เด็กควรจะได้เป็นเด็ก (ชมคลิปท้ายข่าว) จู่ ๆ ก็มีดราม่างานเข้ามาเต็ม ๆ เมื่อมีคนตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม พูดถึงการเลี้ยงลูกของชมพู่ อารยา ที่คุณแม่เลี้ยงลูกชายทั้ง 2 คนแบบปล่อยมาก ๆ ปล่อยให้เรียนรู้เอง จนหลายครั้งน้องหยิบของเข้าปาก หรือล่าสุดที่ดื่มน้ำจากก๊อกน้ำโดยตรง แถมยังเล่นดิน เล่นแปรงขัดพื้น ถือเป็นคุณแม่ซุปตาร์ที่มีแฟน ๆ ติดตามวิธีการเลี้ยงลูกมากที่สุดอีกคนเลยก็ว่าได้ เละถึงแม้จะเป็นครอบครัวทายาทหมื่นล้านและซุปตาร์ดังแค่ไหน แต่เจ้าตัวก็เลี้ยงลูกชายฝาแฝด น้องสายฟ้า และ น้องพายุ แบบติดดินและปล่อยให้เรียนรู้ด้วยตัวเองมาก ๆ จนแฟน ๆ อดชื่นชมไม่ได้ แต่ล่าสุดจู่ ๆ ก็มีดราม่ามาให้คุณแม่ซุปตาร์ต้องเวียนหัวอีกแล้ว สำหรับกรณีที่มีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้ในพันทิปในทำนองติงว่า เจ้าตัวเลี้ยงลูกปล่อยปละละเลยเกินไปหรือเปล่า โดยมีชื่อกระทู้ว่า “การเลี้ยงลูกของ ชมพู่ อารยา ถือว่าปล่อยเกินไปมั้ยคะ” ซึ่งต้นเหตุของเรื่องก็มาจากภาพที่ น้องสายฟ้า และ น้องพายุ กำลังกินน้ำจากก๊อกน้ำที่ติดอยู่บริเวณสวนโดยตรง และบางชอตน้อง ๆ ก็อมและเลียก๊อกน้ำ แถมยังให้เล่นดิน เล่นก้อนหิน เล่นแปรงขัดพื้น จนมองว่า สาวชมพู่ ปล่อยปละละเลยในเรื่องของสุขภาพอนามัยของลูกชายมากเกินไปหรือเปล่า และการเลี้ยงลูกแบบนี้ดีหรือไม่ ภายหลังกระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกันคือไม่เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้ เพราะมองว่าการเลี้ยงลูกนั้นเป็นสไตล์ใคร สไตล์มัน จะเลี้ยงยังไงก็เป็นเรื่องของเขา เขาสะดวกแบบนี้ อีกทั้งยังมองว่าการเล่นดินเล่นหินนั้นเป็นเรื่องปกติ บางครั้งอนามัยไปก็ไม่ดีหรือสกปรกมากไปก็ไม่ดี เด็กควรมีภูมิคุ้มกันบ้าง ถ้ามันไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่หมอแนะนำ หรือมีอันตรายถึงชีวิต เราก็ไม่ควรไปยุ่งเรื่องการเลี้ยงของเขา และเชื่อว่าหลายบ้านก็ไม่ได้ห้ามทำ ถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ล่าสุด (9…

Continue reading

Social

สามีบอกเลิก-หอบเงินทำหน้าใหม่ ‘สาวกระบี่ลูกแฝด’ เปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังทำงานหนักปล่อยตัว

สามีบอกเลิก-หอบเงินทำหน้าใหม่ ‘สาวกระบี่ลูกแฝด’ เปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังทำงานหนักปล่อยตัว (ชมคลิปท้ายข่าว) เปิดใจสาวถูกเพื่อนล้อ อ้วนดำ-สามีบอกเลิก หลังลุยทำธุรกิจจนลืมดูแลตัวเอง ก่อนทุ่มเงิน 1.5 ล้านบาท ศัลยกรรมใหม่ทั้งร่าง จนสวยเปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นเรื่องราวที่มีการพูดถึงในโซเชี่ยลมีเดียและมีการส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก หลังจากที่เฟซบุ๊กชื่อ “จินดารัตน์ จินดา” ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเองที่ถูกสังคมเหยียดหยามหน้าตาไม่สวย อ้วนดำ และถูกสามีทิ้ง ก่อนตัดสินใจทุ่มเงิน 1.5 ล้าน เพื่อทำศัลยกรรมใหม่หมด จนสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ล่าสุดวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ น.ส.จินดารัตน์ หรือ แกรนด์ จินดา อายุ 36 ปี ที่บ้านเลขที่ 17/79 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัท เจ ดับบลิว แกรนด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นของการตัดสินใจนำเงิน 1.5 ล้านบาท ในการทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้า น.ส.จินดารัตน์ เปิดใจว่า แต่เดิมเคยทำงานเป็นพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ต่อมาปี 2552 ได้แต่งงานกับสามี โดยอยู่กินกันมาจนมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นลูกฝาแฝด ก่อนที่ตนจะตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านขายดอกไม้ในตัวเมืองกระบี่ “ซึ่งช่วงหลังจากมีลูก และเริ่มลุยทำงาน ทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลร่างกาย กลายเป็นคนอ้วน หน้าตาไม่ดี จนสามีเริ่มตีตัวออกห่าง และมีปัญหาในชีวิตคู่ต้องแยกกันอยู่ แกรนด์จึงปรึกษากับเพื่อน ๆ เรื่องจะทำศัลยกรรม…

Continue reading

Social

คลิปเต็ม! ‘ขอโทษแล้ว’ เผยคำแปลความยาว 3 นาที สองพิธีกร ‘รายการเยอรมัน’

คลิปเต็ม! ‘ขอโทษแล้ว’ เผยคำแปลความยาว 3 นาที สองพิธีกร ‘รายการเยอรมัน’ (ชมคลิปท้ายข่าว) ก่อนหน้านี้พิธีกรชายและหญิงในรายการโทรัศน์ของเยอรมนี ซึ่งแสดงท่าที “ล้อเลียน” วัฒนธรรมไทยจนเรียกเสียงวิพากษ์จารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ออกมาขอโทษชาวไทยด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์แซทวันของเยอรมนี ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังล้อเลียนพระราชพิธีสำคัญของไทยด้วยเนื้อหาไม่เหมาะสมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุ เสียใจที่ไม่ระวังมากพอ วันนี้ (9 พ.ค.) จากกรณีที่รายการ SAT. 1 FRÜHSTÜCKSFERNSEHEN ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แซทวัน (SAT 1) ของเยอรมนี ได้ล้อเลียนพระราชพิธีสำคัญของไทยด้วยเนื้อหาไม่เหมาะสม เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยพิธีกรชาย Jochen Schropp และพิธีกรหญิง Marlene Lufen และได้เผยแพร่วีดีโอคลิปในสื่อสังคมออนไลน์ของรายการ ทำให้ผู้ชมชาวไทยและสังคมออนไลน์ชาวไทยแสดงความไม่พอใจเป็นจำนวนมาก ปรากฎว่า นายโจเซน ชรอปป์ (Jochen Schropp) พิธีกรรายการดังกล่าว ได้บันทึกเทปวีทีอาร์ขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า “ขออภัยด้วยที่ วันนี้ผมไม่ได้อยู่ในสตูดิโอกับมาลีน พวกเราต้องขอโทษอย่างยิ่งที่ทำให้ทุกท่านไม่พอใจกับรายการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีทางเลยที่เราประสงค์จะทำให้เกิดความโกรธเคือง หรือ ความเสียหายใด ๆ แต่แน่นอนว่าเราเข้าใจถึงความไม่พอใจของท่าน และเราต้องกล่าวขอโทษด้วยความจริงใจต่อการกระทำที่ทำร้ายความรู้สึกของทุกท่าน เราพยายามจะทำความเข้าใจกับทุกวัฒนธรรมและทุกชาติพันธุ์ ในชีวิตประจำวันของเรา และเราเสียใจที่ไม่ให้ความระมัดระวังกับเรื่องนี้มากเพียงพอ ขอบคุณครับ” ขณะที่ มาลีน ลูเฟน (Marlene Lufen) พิธีกรหญิง ยังได้กล่าวเป็นภาษาเยอรมัน ก่อนที่จะกล่าวว่า “ขอโทษนะคะ” พร้อมกับยกมือไหว้ ชมคลิป

Continue reading

Social

ผลทำนายพระโค กิน ‘ข้าว-น้ำ-หญ้า’ ผู้คนแห่เก็บเมล็ดข้าว ในงานพระราชพิธีพืชมงคล ปี 2562

ผลทำนายพระโค กิน ‘ข้าว-น้ำ-หญ้า’ ผู้คนแห่เก็บเมล็ดข้าว ในงานพระราชพิธีพืชมงคล ปี 2562 (ชมคลิปท้ายข่าว) วันพืชมงคลปี 2562 ผลเสี่ยงทาย พระโคกิน “ข้าว-น้ำ-หญ้า” ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระยาแรกนาหยิบเสี่ยงทายได้ผ้า 5 คืบ น้ำปีนี้ปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ วันนี้ (9 พ.ค.2562) เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี โดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2562 ในปีนี้ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้ยาตราขบวนพร้อมเทพี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสร็จแล้วพระยาแรกนาเจิมพระพระโคเพิ่ม และ พระโคพูล และคันไถ ก่อนเริ่มการไถดะโดยทักษิณาวรรต 3 รอบ และไถแปร 3 รอบ พร้อมหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์…

Continue reading

Social

เปิดสูตรคำนวน ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ ฉบับเต็ม หลังกกต. ประกาศรับรอง ส.ส.

เปิดสูตรคำนวน ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ ฉบับเต็ม หลังกกต. ประกาศรับรอง ส.ส. (ชมคลิปท้ายข่าว) รองเลขาฯ กกต. ยันคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์ ยึดตามกฎหมาย–มีสูตรเดียว ย้ำถูกต้อง ไม่มีสูตรอื่น เมินถูกร้องแจกที่นั่งพรรคคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เผยเลือกตั้งใหม่ เขต 8 เชียงใหม่ จบนำมาคำนวณใหม่ ประกาศผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเป็นที่ถกเถียงอย่างยาวนาน สำหรับการคำนวณสัดส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหลังจากที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีทั้งหมด 26 พรรคที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สำหรับวิธีการคำนวณที่กกต.นำมาคำนวณจัดสรรส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองทั้ง 26 พรรคนั้น คิดจากผลคะแนนที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใน 349 เขตเลือกตั้ง รวม 74 พรรคการเมือง เป็นคะแนนทั้งสิ้น 35,441,920 คะแนน ซึ่งเมื่อกกต.ประกาศส.ส.ในระบบแบ่งเขต 349 เขต จึงต้องนำ 349 มาหาร จำนวนส.ส.เขตเต็ม 350 จะได้ ค่าเฉลี่ย 0.9971 จากนั้นนำจำนวนดังกล่าวมาคูณด้วยส.ส.ทั้งสภาคือ 500 คน จะได้ จำนวนส.ส.ที่จะประกาศผลทั้งหมด 498.5714 คน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ถือเอาเฉพาะจำนวนเต็ม จึงเหลือ 498 คน เมื่อหักส.ส.เขต 349 จึงเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ 149 คน จากนั้นนำคะแนนรวมที่ 74…

Continue reading