Football บินก่อนเกม

“จะมาไม้ไหน” คาดการณ์นักเตะ ความพร้อม และแผนการเล่น หงส์แดงต้อนรับนาโปลี

คืนนี้เวลาตีสามตามเวลาบ้านเรา หงส์แดงลิเวอร์พูลทีมอันดับ 3 ในตารางคะแนนของกลุ่ม C ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของนาโปลีที่เอาชนะหงส์แดงมาได้ก่อนที่บ้านของพวกเขา เงื่อนไขไม่ยากหากหงส์แดงต้องการเข้ารอบคือต้องชนะนาโปลี 1-0 หรือห่าง 2 ประตูขึ้นในกรณีที่ถูกยิงประตูได้ จิตวิทยาก่อนก่อนเกม ก่อนเกมจะแข่งทั้งสองฝั่งต่างก็ออกมาเล่นจิตวิทยาใส่กัน แต่ดูเหมือนรอบนี้นาโปลีจะเป็นฝั่งเดินเกมใส่หงส์แดงก่อน ทั้งข่าวที่อันเชล็อตติ ออกมายืนยันว่า “แน่นอนครับ ผมไม่รู้หรอกว่า ลิเวอร์พูล จะเตรียมแผนการเล่นแบบไหนมาต้อนรับพวกเราในเกมวันพรุ่งนี้ แต่พวกเราทุกคนรู้ดีว่า พวกเขาจะเล่นกันอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้เล่นในบ้าน ฉะนั้นเราจะพยายามเน้นสุด ๆ ในเกมนี้ และเราจะไม่มาที่นี่เพื่อตั้งรับ เรามาที่นี่เพื่อเล่นตามแนวทางของเรา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราทำตลอด เราจะต้องมีสมาธิให้มาก ๆ และคิดถึงการทำประตูด้วย” ขณะที่ ดรีส์ มาร์เท่น กองหน้านาโปลี ก็ให้สัมภาษณ์ถึงการลงเล่นในแอนฟิล์ด คืนนี้ว่า ” ทุกคนชอบพูดถึงการไปลงเล่นที่นั่น ราวกับว่ามันพิเศษ มันทำให้ผมคิดว่าที่นั่นคงใหญ่มากๆ, แต่คุณรู้หรือไม่ ผมมองไปที่นั่นแล้วมองว่ามันเล็ก ๆ นะ แล้วก็ถามกลับไปว่า นั่นคือ สถานที่พิเศษแล้วหรือ” ทางฝั่งคล๊อปป์ที่พลาดท่าพาลูกทีมไปแพ้มาก่อน ก็ตั้งรับด้วยอาการไม่ตกตระหนัก พร้อมกับเรียกร้องให้แฟน ๆ หงส์แดงในสนามส่งเสียงเชียร์เพื่อสร้างบรรยากาศปลุกเร้านักเตะให้ทำผลงานที่ดี นอกจากนี้คล๊อปป์ยังบอกอีกว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรลิเวอร์พูลก็ต้องยอมรับความจริง เพราะมีเพียงทีมที่เหมาะสมเท่านั้นถึงจะได้เข้ารอบต่อไป และไม่คิดว่านาโปลีจะมาเล่นเกมรับในบ้านหงส์แดงอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้นำในสนามอย่าง เวอร์จิล ฟานไดจ์ค ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ถึงสถานการณ์ของพวกเขาในคืนนี้ว่า “คือมันเป็นความผิดพลาดของเราที่ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งนี้ แต่เรายังมีทางที่จะผ่านเข้ารอบไปได้ และเราต้องทำมันในคืนนี้ นั่นเป็นทางเดียว และนั่นเป็นวิถีทางของมัน” ความพร้อมของทั้งสองทีม ทางฝั่งเจ้าบ้าน ทีมของคล๊อปป์เริ่มประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บ ทั้งไคลน์, แชมป์เบอเลน, บริวสเตอร์,…

Continue reading

Football บินก่อนเกม

4 ข้อผิดพลาดที่หงส์แดงต้องปรับก่อนเจอนาโปลีคืนนี้

หลังจากทำภารกิจขึนนำจ่าฝูงพรีเมียร์ได้สำเร็จเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เหล่าพลพรรคหงส์แดงก็ต้องมาสานต่อภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จ นั่นก็คือการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายถ้วยหูใหญ่ของยุโรป UCL ซึ่งต้องบอกว่าสถานการณ์ของหงส์แดงไม่ค่อยสู้ดีนัก หงส์แดงแข่งไป 5 ครั้ง ชนะ 2 และแพ้ถึง 3 เกมเยือน นั่นทำให้พวกเขามีคะแนนแค่ 6 แต้ม ตามหลังนาโปลีจ่าฝูง (9) 3 แต้ม ตามหลัง PSG (8) 2 แต้ม ขณะเดียวกันก็มีคะแนนนำชเวดด้า (4) เพียง 2 แต้มเช่นกัน สถานการณ์เป็นได้ทั้งหมด ตั้งแต่เข้ารอบแบบแชมป์กลุ่ม (กรณีที่ชนะนาโปลีและPSGไม่ชนะชเวดด้า) รองแชมป์กลุ่ม (กรณีที่ชนะนาโปลีห่างแค่ 1 ลูกและโดนยิงประตูด้วย แต่PSGพลาดท่าแพ้ชเวดด้า) ตกไปเล่น UEL (ในกรณีที่แพ้นาโปลี และชเวดด้าแพ้PSG) หรือแม้กระทั่งกลับบ้านมือเปล่า (ในกรณีที่แพ้นาโปลี ชเวดด้าชนะPSG) แน่นอนว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หงส์แดงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็คือ ผลงานเกมยือนที่ไม่ดีเอาเสียเลย และหนึ่งในเกมที่เล่นได้แย่ก็คือเกมที่บุกไปแพ้นาโปลี 1-0 ที่อิตาลี และวันนี้หากหงส์แดงหวังจะชนะนาโปลีแล้วผ่านเข้ารอบ พวกเขาจะต้องเล่นให้แตกต่างจากนัดที่แล้ว พร้อมทั้งปรับปรุงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น วันนี้จึงรวบรวมว่าหงส์แดงจะต้องปรับปรุงอะไรบ้างจากนัดที่แล้ว แน่นอนผมวิเคราะห์ในฐานะโค้ชคีบอร์ดเท่านั้นนะครับ และเป็นการวิเคราะห์หลังเกม อ่านแล้วโปรดอย่าไล่ผมไปเป็นโค้ชเองเลย ผมแค่ทำหน้าที่ของแฟนบอลที่เชียร์ไปด้วยและชอบวิเคราะห์ไปด้วย เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เราคุยกันแบบสหายดีกว่าครับ 1 เพรสซิ่งต้องมา นัดที่แล้วสิ่งที่หงส์แดงถูกวิจารณ์มากที่สุดก็คือแท๊กติกการเล่นที่เน้นมาเล่นแบบหวังผลแค่ไม่แพ้ นักเตะหงส์แดงปล่อยให้นักเตะนาโปลีเล่นบอลง่ายเกินไป ไม่มีการไล่บีบไล่เพรสซิ่งเลย โดยหวังเพียงจังหวะสวนกลับซึ่งก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร กลับเป็นนาโปลีเสียอีกที่เพรสซิ่งใส่นักเตะหงส์แดง พลางเปิดครองเกมได้ทั้งหมด และมาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายของเกม ดูจากสถิติการผ่านบอลด้านบนจะเห็นว่า หงส์แดงเป็นรองนาโปลีแทบทุกอย่าง ทั้งแต่การสัมผัสบอลน้อยกว่า การครอสบอลน้อยกว่าเกือบเท่าตัว…

Continue reading

Football เลาะหลังเกม

เกมที่ 500 และ 2 เรื่องราวสุดประทับใจหลังเกมที่นักเตะหงส์แดงมอบให้ “เจมส์ มิลเนอร์”

จากการได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ๊กขวาของ เจมส์ มิลเนอร์ เมื่อคืนที่หงส์แดงบุกไปเอาชนะบอร์นมัธแล้วเบียดแมนซิตี้ที่แพ้เชลซีไปเป็นจ่าฝูงได้สำหรับ ทำให้มิลเนอร์ทำสถิติใหม่ให้กับตัวเอง เป็นผู้เล่นคนที่ 13 ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก นัดที่ 500  เขายังเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 (32 ปี 338 วัน) รองจาก แกเร็ธ แบร์รี ที่ทำสถิตินี้ได้ หากนับเฉพาะที่เขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูล นี่คือเกมลีกนัดที่ 111 ของเขานับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว เมื่อช่วงหน้าร้อนของปี 2015 และเขาคือหนึ่งในผู้เล่นแค่ 4 คน เท่านั้นที่ลงสนาม 100 นัดในลีกให้กับ 3 สโมสรที่แตกต่างกัน โดยเขามีสถิติรวมในพรีเมียร์ลีกดังนี้ เล่นให้แมนซิตี้ 147 นัด เล่นให้ลิเวอร์พูล 111 นัด เล่นให้แอสตัน วิลลา 100 นัด เล่นให้นิวคาสเซิล 94 นัด และเล่นให้ลีดส์ ยูไนเต็ดอีก 48 นัด ชนะไป 238 นัดจากการลงเล่น 500 นัด แอสซิสต์ 80 ลูก ยิงเอง 51 ลูก และทุกครั้งที่เขายิงได้ทีมจะไม่แพ้เลย คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 2 ถ้วย เท่าที่อธิบายมาด้านบนเราคงรู้แล้วว่าการที่จะมีนักเตะคนหนึ่งเล่นได้ถึง 500 เกมในลีกอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และที่ยากไปกว่านั้นก็คงเป็น ไม่ว่าเจมส์จะไปอยู่ในทีมไหน เขาก็ยังได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้จัดการทีมทุกคน และเล่นได้อย่างสม่ำเสมอตลอด สิ่งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของเขาทั้งในและนอกสนาม…

Continue reading

Football เลาะหลังเกม

5 ความสง่างาม ที่หงส์แดงทำได้ หลังพรีเมียร์ลีกผ่านไป 16 นัด

เผลอแป๊บเดียวพรีเมียร์ลีกก็แข่งกันมา 16 นัดแล้ว และสัปดาห์นี้ก็ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่สนุกตื่นเต้นและมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บนตารางคะแนน อย่างที่เรา ๆ ทราบกันดีอยู่แล้ว และผมจะพูดถึงด้านล่าง วันนี้ผมจึงรวบรวม 5 ความสง่างามที่หงส์แดงทำได้หลังผ่านไป 16 นัด เชิญอ่านกันได้เลยครับ 1 ซาลาห์ขึ้นนำดาวซัลโวและทำสามสถิติ ดาวเตะเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกปีที่แล้ว ทำผลงานในการไปเยือนบอร์นมัธได้สุดยอด ด้วยการทำแฮตทริกได้ ที่สำคัญตอนนี้เขายิงไปแล้ว 10 ประตู ขึ้นไปทาบตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับโอบเมยองของอาร์เซนอล แต่ซาลาห์แอสสิสต์ได้มากกว่าโอบาเมยอง จากแฮตทริกในเกมนี้ ทำให้ ซาลาห์ กลายเป็นนักเตะหงส์แดงคนแรกที่ยิงแฮตทริกนัดเยือนในพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ หลุยส์ ซัวเรซ ทำได้ในเกมกับ คาร์ดิฟฟ์ เมื่อเดือนมีนาคม 2014 และหากนับตั้งแต่เขาออกสตาร์ทฤดูกาลที่แล้ว มีแค่ลิโอเนล เมสซี่ (43 ประตู) นักะเตะสายพันธุ์ต่างดาวของบาร์ซ่าเท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าซาลาห์ (42) เมื่อเทียบเฉพาะในห้าลีกใหญ่ในยุโรป  นี่ถือเป็นอีกครั้งที่ 7 เข้าไปแล้วนะครับ ที่ซาลาห์ ทำประตูขึ้นนำให้หงส์แดง 2  ประวัติศาสตร์ หงส์แดง   หลังผ่านไป 16 นัดลิเวอร์พูลยังทำสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่อง 16 เกมติด ทำแต้มได้ 42 แต้ม ทำประตูได้ 36 และเสียประตูเพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้นถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรขึ้นมาเลยทีเดียว ที่สำคัญตอนนี้ในลีกมีแค่หงส์แดงทีมเดียวเท่านั้นที่ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น หลังแมนซิตี้พลาดท่าแพ้เชลซี 2-0 3 อลีสซงสุดยอด จากการที่เขาไม่แพ้ใครมาติดต่อกัน 16 นัด ทำให้ตอนนี้ Alisson…

Continue reading

Uncategorized เลาะหลังเกม

“หงส์ทำสำเร็จ” ตัดเกรดหงส์แดงบุกชนะบอร์นมัธ ขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว

วันนี้ลิเวอร์พูลจัดตัวผู้เล่นแบบใหม่ เป็นครั้งแรกที่นักเตะใหม่ที่ซื้อมาได้ลงพร้อมกัน อลิสซง, ฟาบิญโญ่, เกอิตา, ชากิรี่ ได้ลงพร้อมกันเป็นนัดแรก ในระบบ 4-2-3-1 และนักเตะชุดนี้ก็ทำผลงานได้สุดยอด ช่วยให้หงส์แดงบุกไปเก็บสามแต้มจากบ้านของบอร์นมัธได้สำเร็จขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ตัดเกรดนักเตะ อลีสซง 8 ครึ่งแรกต้องยกให้เขาเลย เซฟลูกยิงสำคัญ ๆ ได้หลายจังหวะทั้งลูกยิงมุดเสา ลูกโด่งออกมาโหม่งสกัด จ่ายบอลให้เพื่อนและนัดนี้เล่นเป็นเหมือนตัวพักบอลตัวสุดท้ายเมื่อหงส์แดงทำเกมขึ้นไปไม่ได้ เก็บคลีนซีตนัดที่ 10 ของฤดูกาลได้อย่างสุดยอด มิลเนอร์ 7 ฉลองเล่นนัดที่ 500 ด้วยการเล่นตำแหน่งแบ๊กขวา วันนี้บอสต้องการความเก๋าของเขามาช่วยตัดเกมสวนกลับ และเขาก็ทำได้ดี นอกจากเติมเกมสูงตลอดแล้ว ยังช่วยตัดบอล เคลียร์บอลได้ด้วย เล่นโชว์ความเก๋า ได้สมกับที่คล๊อปป์ไว้ใจให้เล่นเกมนี้ มาติป 7 ยืนปักหลักในแดนหลังได้ดี ไม่มีเติมสูง แม้จะมีจังหวะที่ช้าบ้าง แต่โดยรวมถือว่ายังทำผลงานได้ตามหน้าที่ และทำให้เพื่อน ๆ เล่นเกม ต่อบอลได้อย่างอิสระ ฟานไดจ์ค 7 ช่วงแรกตกเป็นเป้าเล่นงานของกองหน้า แต่ก็เอาตัวรอดได้ดี และช่วยจัดการลูกกลางอากาศของบอร์นมัธได้หมด รับประกันได้จากที่ฤดูกาลนี้หงส์แดงยังไม่เสียประตูจากลูกโหม่งเลย โรเบิร์ตสัน 7 วันนี้ต้องเติมเกมสูงตลอด แต่ไม่ค่อยมีจังหวะเปิดสวย ๆ  ครึ่งแรกเสียบอลไปจังหวะหนึ่ง ทำให้บอร์นมัธได้มีลุ้นอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ครึ่งหลังถือว่าเล่นได้ดี เชื่อมเกมกับแนวรุกทางฝั่งซ้ายได้ดี จนมีส่วนกับการได้ประตูที่ 3 จากจังหวะที่เขาเปิดบอลเข้าไป คุก สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ฟาบิญโญ่ 7.5 เริ่มได้โอกาสลงสม่ำเสมอ และปรับตัวเข้ากับบอลอังกฤษได้เร็ว วันนี้เขาเล่นได้โดดเด่นในแดนกลาง ตัดเกม ทำลายเกมของบอร์นมัธได้ดี เก็บเคลียร์บอลแดนกลางได้หมด ครึ่งหลังไปเชื่อมเกมหน้ากรอบเขตโทษของบอร์นมัธอยู่บ่อยครั้ง และมีส่วนในการจ่ายบอลทะลุช่องให้โรเบิร์ตสันเปิดบอลเข้าไป…

Continue reading

Football บินก่อนเกม

ย้อนรอย 3 แผนการเล่น และจุดที่หงส์ต้องระวังเมื่อไปเยือนบอร์นมัธ

หงส์แดงต้องการชัยชนะเพื่อขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว พร้อมกับกดดันทีมแมนซิตี้ ที่คืนนี้จะต้องออกไปเยือนรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซี แต่ทีมที่เจอคือบอร์นมัธทีมโนเนมแต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตารางอย่างหล่อ ๆ ในตอนนี้ พูดถึงแผนการเล่นของหงส์แดง ทาง Goal ดอทคอมคาดการณ์ว่า คล๊อปป์อาจจะมาในระบบ 4-3-2-1 มาติปลงตัวจริงแทนโกเมสที่เจ็บ, แดนกลางก็อัดลงไป 3 ตัว ทั้งเกอิตา ไวนาดุม ฟาบิญโญ่ สองตัวบนใช้ชากิรี่กับฟีร์มิโน่ แล้วซาลาห์หน้าเป้าเหมือนเดิม จริง ๆ แผนนี้ก็คือ 4-3-3 นั่นเอง แต่ปรับการยืนในแนวรุก ผมเลยจะพาไปย้อนรอยดูแผนการเล่นของหงส์แดงยามต้องออกไปเยือนบอร์นมัธ ในยุคของเจเก้น คล๊อปป์ ซึ่งมีโอกาสไปเยือนถึง 3 ครั้ง จะมีแผนและผู้เล่นแบบไหนบ้างลองอ่านดูครับ ตอนท้ายผมจะสรุปให้ดูว่าจุดไหนที่หงส์ต้องระวังเป็นพิเศษ แผน 4-4-1, เมษายน 2016, ชนะ 1-2 นัดนี้คล๊อปป์จัดตัวแบบ 4-4-1-1 ดูจากรายชื่อตัวจริงนัดนี้แล้วต้องบอกว่าหงส์แดงมาไกลมาก เหลือนักเตะที่ยังเล่นอยู่ในชุดนี้แค่ เสตอร์ริจด์กับฟีร์มิโน่เท่านั้น นอกนั้นกระจัดกระจายกันไปหมด ทั้งประตู วอร์ด, กองหลัง สมิธ, ตูเร่,เลว่า,แรนเดล, กองกลาง โอโจ้, ไอป์, สจว๊ต, อันเลน, และกองหน้า ฟีร์มิโน่กับ เสตอร์ริจด์ รูปเกมต้องบอกว่าสูสีกันมาก เกิดเปิดแลกกันสนุก แต่เป็นหงส์แดงที่จิงหวะสุดท้ายคมกว่า ออกนำไปก่อน 2 ลูก ลูกแรกนาทีที่ 41 สเตอร์ริจด์รับบอลจากไอป์ แล้วตอกส้น โกลปัดมาเข้าทางฟีร์มิโน่ซ้ำจ่อ…

Continue reading

Football คมปีกหงส์

วิเคราะห์ 3 ทางออก แก้ปัญหากองหลังของหงส์แดง หลังจากโกเมสเจ็บ

การขาดนักเตะตัวหลักในช่วงปลายปีเป็นปัญหาใหญ่ของหงส์แดงมาตลอดในช่วงหลัง ทั้งจากอาการบาดเจ็บหรือจากการที่นักเตะย้ายทีม ล่าสุด แม้จะเก็บสามแต้มได้ในนัดที่ไปเยือนเบิร์นลี่ แต่หงส์แดงก็ต้องมาเสียโจ โกเมส กองหลังที่โชว์ฟอร์มได้เหนียวหนึบและเป็นกำลังสำคัญของทีมในช่วงนี้ จากการประเมินของแพทย์แล้วลิเวอร์พูลต้องอดใช้งานนักเตะจอมเคลียร์บอลคนนี้อย่างต่ำ 6 สัปดาห์ ซึ่งตลอด 6 สัปดาห์นั้นหงส์แดงจะมีลงแข่งถึง 9 นัดด้วยกัน การซื้อนักเตะใหม่มาคงเป็นเรื่องยาก เพราะกว่าตลาดนักเตะจะเปิดก็ต้องรอปีใหม่ และไม่ใช่ว่าได้นักเตะใหม่มาแล้วจะลงได้ทันที ฉะนั้นตลอด 9 นัดนี้คล๊อปป์จะต้องหาทางแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน วันนี้ผมจะลองเสนอทางเลือกที่พอเป็นไปได้ และผสมกับความมโนของตัวเองไปด้วยครับ 1 ปรับแผนการเล่น ขอเริ่มด้วยความมโนของผมล้วน ๆ นะครับ ในกรณีที่ไม่มีใครแทนโกเมสได้เลยตามข้อ 2-3 ผมคิดว่าบางทีเราอาจจะได้เห็นระบบใหม่ของคล๊อปป์ และระบบที่น่าสนใจนั้นก็คือ การยืนหลัง 3 คน ซึ่งทีมใหญ่ ๆ อย่างแมนซิตี้ แมนยู สเปอร์ส ต่างลองปรับใช้กันบ้างแล้ว ในระบบหลังสามหงส์แดงสามารถเล่นได้ทั้ง 3-4-3 โรเบิร์ตสัน,ฟานไดจ์ค,อาร์โนล์ด หรือจะถอยมิลเนอร์มาแทนโรเบิร์ตสันแล้วดันโรเบิร์ตสันไปเล่นเป็นปีกเลย ก็ได้ ส่วนกลางอีกสาม ก็ยังมีตัวเลือกให้ลงได้เยอะได้ทั้ง เกอิตา ฟาบิญโญ่ ไวนาดุม เฮนเดอร์สัน หรือจะลอง 3-5-2 สามเซ็นเตอร์เป็น โรเบิร์ตสัน, ฟานไดจ์ค, อาร์โนล์ด ส่วนปีกสองข้างซ้ายขวาเป็นมาเน่กับชากิรี่ กลางสามตัวใช้ เกอิตา, ไวนาดุม, ฟาบิญโญ่, และหน้าเป้าสองคนใช้ ฟีร์มิโน่กับซาลาห์ หรือจะปรับเป็น 3-5-1-1 ถอยฟีร์มิโน่ลงมาเป็นหน้าต่ำแบบที่เขาถนัดก็ได้ ซึ่งเอาเข้าจริงระบบ 3-5-2 มันยังยืดหยุ่นเป็น 5-3-2 ได้เมื่อต้องเล่นเกมรับโดยปีกสองข้างต้องลงมาช่วยเกมรับ 2 ใช้มาติป,…

Continue reading

Football เลาะหลังเกม

5 เรื่องที่ต้องพูดถึงหลังเกมชนะเบิร์นลี่ 1-3

เป็นอีกนัดที่แฟนหงส์แดงต้องออกโรงลุ้นกันเหนื่อย เพราะถูกเจ้าบ้านยิงนำก่อนในช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 54 จากรูปเกมที่หงส์แดงไม่ได้เหนือกว่าเลย เพราะคล๊อปป์ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่ง จากนัดที่เฉือนชนะเอฟเวอร์ตัน แต่คล๊อปป์ก็ยังแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวรุกลงมาแล้วสามารถเบียดเอาชนะได้ 1-3 ตามหลังจ่าฝูงแมนซิตี้ 2 แต้มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือนัดต่อไปหงส์แดงได้แข่งก่อน และแมนซิตี้ต้องไปเยือนเชลซี หากหงส์แดงชนะได้ก็จะขึ้นนำจ่าฝูงพร้อมกดดันแมนซิตี้ได้ นั่นเป็นเรื่องของอนาคตเอาแค่นัดนี้ เรามีเรื่องที่ต้องพูดถึงหลายเรื่องเหมือนกัน ล้อมวงกันมาแล้วผมจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง 1 โรเตชั่นที่เกือบไม่ได้ผล อย่างที่รู้กันดีว่าหงส์แดงมีโปรแกรม 8 นัดในเดือนธันวาคม และนัดต่อไปพวกเขาต้องพบกับนาโปลี โดยมีเป้าหมายเพื่อชนะนาโปลีแล้วเข้ารอบ UCL ดังนั้นคล๊อปป์จึงไม่มีทางเลือกต้องพักนักเตะตัวหลักไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าคล๊อปป์จะเปลี่ยนถึง 7 ตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่แผงหลังที่มาติปได้ลงก่อนลอฟเรน (ให้ผมเดาคือนัดเจอนาโปลีคล๊อปป์กะให้ลอฟเรนลงแล้วขยับโกเมสไปเป็นแบ๊กขวาแทนอาร์โนล์ด) โดยขยับโกเมสไปเป็นแบ๊กขวา ส่วนแบ็คซ้ายก็พักงานโรเบิร์ตสันแล้วส่งชายหมูโมเรโน่ลงมาแทน ต่อด้วยกองกลางยกชุดใหม่ เกอิตา เฮนเดอร์สัน และมิลเนอร์ ขณะที่กองหน้าก็ยกชุดเช่นกัน คือมีชากิรี่ โอริกีและสเตอร์ริจด์ ดูจากนักเตะเหมือนคล๊อปป์จะใช้แผน 4-4-2 วางโอริกีกับสเตอร์ริจด์เป็นหน้าเป้า โดยมีมิลเนอร์กับชากิรี่เป็นปีก และก็อย่างที่เห็นชุดสำรองของหงส์แดงมีปัญหาในการต่อบอล ความเข้าขารู้ใจกัน ทำได้ไม่ค่อยดี มีที่เด่นๆ คือเกอิตา ที่ขับเคลื่อนเกมได้ดี หากเกมนี้ทำได้แค่แพ้หรือเสมอ ต้องบอกว่าคล๊อปป์รับไปเต็ม ๆ แต่การแก้เกมของคล๊อปป์ระหว่างพักครึ่ง และการส่งตัวรุกอย่างซาลาห์กับฟีร์มิโน่ลงสนามมาเร็วขึ้น ก็ช่วยให้หงส์แดงเก็บสามแต้มสำคัญได้ พร้อมกับยังได้พักนักเตะตัวหลักเช่นเดิม ทำให้การโรเตชั่นนัดนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมมาก ทำให้นักเตะหลายคนที่ร้างสนามานานได้ลงเล่น ขณะที่นักเตะที่โชว์ผลงานดีอย่างโอริกีและเกอิตาก็ได้รับรางวัลตอบแทนด้วยการลงเป็นตัวจริง 2 เกอิตากับชากิรี่ควรได้โอกาสลงมากกว่านี้ วันนี้เกอิตาเข้าสู่ฟอร์มที่ดีของตัวเองอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล แต่ต้องบอกว่านัดนี้เขาเล่นได้ดีที่สุดตั้งแต่ลงเล่นให้หงส์แดง ทำให้แดนกลางมีสมดุลมาก แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้เฮนเดอร์สันด้วยที่เล่นบทพระรองคอยแระคองเกมรับอยู่หลังเกอิตา ทำให้เกอิตามีพื้นที่เล่นมาก และเล่นได้อย่างอิสระ เกมนี้เจ้าตัว มีจังหวะยิงเน้น…

Continue reading

Football คมปีกหงส์

“ทีมเหนือดวง” ย้อนรอย 4 เหตุการณ์ช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับหงส์แดงใน 14 นัดที่ผ่านมา

ประตูที่ ดิว็อค โอริกี โหม่งได้ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ล่าสุด ถือเป็นประะตูชัยหลังนาทีที่ 90 ครั้งที่ 5 ที่ ลิเวอร์พูล ยิงใส่เวอร์ตันได้ จนกลายเป็นสถิติสูงสุดในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ประตูนี้ช่วยเซฟ 2 แต้มให้กับหงส์แดง แทนที่ถ้าเสมอพวกเราจะตามหลังแมนซิตี้ถึง 4 แต้ม กลายเป็นตามหลังแค่ 2 แต้มเท่าเดิม แต่ขอบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่มันเกิดเหตุการณ์ประหลาด เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อ ที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ หรือเก่งแล้วแต่ยังเฮงอีก อะไรทำนองนี้ขึ้นกับพวกเราหงส์แดงด้วย วันนี้ผมจะพาย้อนกลับไปดูเหตุการณ์สำคัญที่ช่วยเซฟแต้มให้หงส์แดงได้ถึง 10 แต้มด้วยกันนะครับ 1 ไม่เสียจุดโทษเกมเยือนสเปอร์ส หากยังจำกันได้ หลังจากหงส์แดงนำไปก่อน 2-0 สเปอร์สก็มาตีไข่แตกได้ไล่มาเป็น 1-2 สเปร์สโหมบุกหนักใส่เรา แบบพายุบุแคมมันมีจังหวะหนึ่งที่ซอน เฮืองมิน ดูเหมือนจะถูกทำฟาลว์ในเขตโทษ ซึ่งหากดูจากภาพช้าก็ต้องบอกว่า 99%  แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้เป็นจุดโทษ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์มันเกิดเร็วมาก กรรมการมีเวลาตัดสินเพียงไม่กี่อึดใจ แต่จากการรอดไม่เสียจุดโทษจังหวะนั้นหงส์แดงก็รอดจากการถูกตีเสมอ รักษา 2 แต้มสำคัญไว้ได้ 2 ลูกยิงสเตอร์ริจด์ ตอนรอดจุดโทษครั้งนั้นยังไม่มีใครคิดว่าหงส์แดงจะมากับดวง หรือเฮงอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้นตามลำดับครับ และลูกยิงของสเตอร์ริจด์ในเกมตีเสมอเชลซีได้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งลูกที่ช่วยให้หงส์แดงได้ 1 แต้ม แทนที่จะได้ 0 แต้ม นัดนั้นเชลซีวางแผนมาดี ต่อบอลกันแม่นยำ ทำให้หงส์แดงไล่บอลไม่จน และเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกใส่หงส์แดง จนชิงจังหวะขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ และสามารถครองเกมได้ตลอดจนใกล้จะหมดเวลาอยู่แล้วในไม่กี่อึดใจ ทันใดนั้นคล๊อปป์ก็ส่งสเตอร์ริจด์ลงมา และทันใดนั้นในเวลาเพียงไม่ถึง 3 นาทีในสนาม สเตอร์ริดจ์ ก็ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ…

Continue reading

Football

วิเคราะห์ 3 เหตุผลที่คล๊อปป์ไม่ใช้ “เจเก้น-เพรสซิ่ง” ในฤดูกาลนี้

สิ่งหนึ่งที่แฟนหงส์ด้วยกันหลายคนทั่วโลกอดสังสัยไม่ได้เหมือนกันคือ ทำไมจู่ ๆ ปีนี้สไตล์การเล่นของหงส์แดงถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเล่นเกมรุกดุดัน สไตล์เฮฟวี เมทัล เพรสซิ่ง ไล่ต้อนคู่แข่งจนป่วน และสามประสานแนวรุกที่ต่อบอลกันไหลลื่น เข้าขารู้ใจเหมือนหูกับตา แต่ปีนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร วันนี้ผมจะนำวิเคราะห์และข้อมูลสัมภาษณ์เปิดใจของคล๊อปป์ที่เพิ่งออกมาเปิดใจอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงการเล่นครั้งใหญ่ของทีมและมันอาจถึงขั้นเปลี่ยนปรัชญาการทำทีมของคล๊อปป์ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเลยก็ได้ เป็นผู้จัดการทีมที่ดีขึ้น คล๊อปป์บอกว่าเหตุผลแรกเลยคือเขารู้สึกเองว่าตัวเขาต้องปรับปรุงตัวเองก่อน การมาอยู่ในพรีเมียร์ลีกที่แต่ละปีมีโปรแกรมการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 50-60 นัด ย่อมเป็นเรื่องใหญ่และท้าทายรูปแบบการเล่นของคล๊อปป์ที่เคยเป็นมา ย้อนไปประมาณ 10 ปีก่อน ในฤดูกาลสุดท้ายที่เขาอยู่กับ ไมนซ์ ทีมของคล๊อปป์ลงเล่นทั้งหมดเพียงแค่ 36 นัดเท่านั้นตลอดซีซั่น ขณะที่หงส์แดงจะผ่านจำนวนเท่ากันนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ สรุปก็คือจำนวนการแข่งมันต่างกันมาก ทำให้สไตล์การเล่นที่ต้องใช้พละกำลังนักเตะสูงแบบ เพรสซิ่งมันมีปัญหาในระยะยาว นอกจากนั้นวิธีการทำงานกับนักเตะเมื่อ 10 ปีก่อนกับตอนนี้ก็ต่างกันดังที่คล๊อปป์อธิบายว่า “โค้ชย่อมต้องการฝึกสอน นั่นคือเหตุผลที่เราเก่งในเรื่องนี้และเหตุผลที่เรากรุยทางมาตลอดในวงการนี้ จากนั้นคุณก็มาอยู่ในระดับสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็คือการประชุมทีม กลายเป็นเรื่องของการส่งข้อความออกไปในระหว่างการประชุมมากกว่าในสนาม มันเป็นความแตกต่างอย่างมากมายและคุณก็ต้องทำความคุ้นเคยกับมัน” หมายความว่าการทำงานในระดับสูงกับลิเวอร์พูล มันไม่ใช่แค่พาทีมลงซ้อม แต่มันมีระบบระเบียบเรื่องการประชุม การสั่งงาน และรายละเอียดอีกมาก “งานนี้แตกต่างอย่างมากมายและแตกต่างอย่างสิ้นเชิง และนั่นก็ทำให้ผมกลายเป็นผู้จัดการทีมที่ดีกว่าตอนที่ผมเพิ่งเริ่มต้นมากๆ” กุนซือเมืองเบียร์ กล่าว รู้จุดด้อยของเพรสซิ่ง ต่อเนื่องจากข้อแรก เมื่อบริบททุกอย่างมันเปลี่ยน แน่นอนว่าแผนการเล่นก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามด้วย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมาคล๊อปป์พยายามปั้นหงส์ให้เป็น เมทัล ฟุตบอล ตามแบบฉบับของเขา เขาได้รับคำชื่นชมมากมาย แต่ทีมเขาไม่มีรางวัลตอบแทน   นั่นทำให้เขาเองมองเห็นจุดอ่อนสำคัญในวิธีการเล่นแบบเจเก้น-เพรสซิ่ง อยู่ 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ 1) เรื่องคู่แข่งเริ่มจับทางได้ กับ 2) คือ เรื่องการครองบอล…

Continue reading