ย้อนเส้นทาง ‘ป้ามหาภัย’ แพร่เชื้อในลัทธิประหลาด

“ลัทธิชินชอนจี” ศูนย์กลางการแพร่ “โควิด-19” ครั้งใหญ่ในเกาหลีใต้

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเกาหลีใต้ ก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นมาอีก 142 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุ 346 กว่าคนแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการติดเชื้อในประเทศที่มากที่สุดรองจากจีน
เฉพาะในช่วง 4 วันที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในโบสถ์ โรงพยาบาลและรอบๆ เมืองแทกู ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 2.5 ล้านคน

จากจุดสังเกตเกิดการติดเชื้อในโบสถ์กันมาก ทำให้มีการสาวไปถึงต้นตอของการแพร่ระบาดที่เพิ่มสูงขึ้น ว่ามาจากหญิงอายุ 61 ปีที่เป็นสาวกของลัทธิชินชอนจี (Shincheonji) ซึ่งมีอาการป่วยและตรวจพบว่าติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ หญิงคนดังกล่าวเคยเข้าร่วมพิธีที่โบสถ์ในเมืองแทกูมาแล้วถึง 4 ครั้ง และนับเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 31 ของประเทศ – สื่อไทยหลายแหล่ง ให้ฉายาเธอว่า “อาจุมม่า 31”

หญิงคนดังกล่าวได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสมาชิกที่โบสถ์ ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมจะมีการสัมผัสกับผู้คนจำนวนมาก นอกจากนี้ หญิงรายดังกล่าวยังใช้ชีวิตปกติ ด้วยการนั่งรถโดยสารประจำทางเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ไปงานแต่งงานของเพื่อน ห้างสรรพสินค้า รวมถึงเดินทางไปกรุงโซล ต่อมาเธอเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะเกิดอุบัติเหตุรถชน ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ระหว่างรักษาตัวเมื่อวันที่ 10 ก.พ. เธอมีอาการไข้และไอ กระทั่งผลการตรวจหาเชื้อ พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

สำนักข่าว KCDC ระบุว่า หญิงคนดังกล่าว ติดต่อกับผู้คนกว่า 166 คน และได้รับการร้องขอให้กักตนเองไว้แต่ในบ้าน ด้านลัทธิชินชอนจี ซึ่งเชื่อว่าเป็นลัทธิที่มีความเชื่อแบบสุดขั้ว กล่าวว่า ได้ปิดสาขาที่เมืองแทกูและสาขาตามเมืองต่างๆ รวม 12 แห่งทั่วประเทศแล้ว โดยการประกอบพิธีกรรมจะจัดขึ้นทางออนไลน์ หรือกระทำแบบส่วนตัวที่บ้าน

ลัทธิชินชอนจี (Shincheonji Church of Jesus the Temple of the Tabernacle of the Testimony) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1984 โดยนาย ลีมันฮี ซึ่งปัจจุบันอายุ 88 ปี ซึ่งระบุว่าตนเองคือ “ศิษยาภิบาล” ที่มีชีวิตนิรันดร์ ที่ถูกส่งมาโดยพระเยซู เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันสิ้นโลก และเชื่อว่าบรรดาสาวกเชื่อว่านายลีคือพระเยซูองค์ที่ 2

คำว่า “ชินชอนจี” เป็นคำย่อจากภาษาเกาหลีที่แปลได้ว่า “ฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่” โดยมีรายงานว่าลัทธินี้สาวกทั่วโลกกว่า 300,000 คน ใน 29 ประเทศ ทั้งแอฟริกาใต้ คองโก และคอสตาริกา โดยในจีน ลักทธินี้มีสาขา 7 แห่ง ที่รวมถึงในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และเมืองเทียนจิน

เว็บไซต์ของกลุ่มเคยระบุไว้ว่า ได้เปิดสาขาที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่พบข้อมูลดังกล่าวในเว็บไซต์แล้ว แต่ในภายหลัง กลุ่มได้ออกแถลงการณ์ทางเว็บไซต์ ว่าแม้กลุ่มจะเคยระบุว่ามีสาขาอยู่ในอู่ฮั่น แต่ก็ไม่มีสถานที่ประกอบพิธีหรือโบสถ์ และการประกอบพิธีทั้งหมดกระทำผ่านทางออนไลน์ เมื่อปี 2018

นายลี มันฮี ได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นถึงบรรดาสาวกว่า “การระบาดของไวรัสครั้งนี้เป็นการกระทำของปีศาจร้าย เพื่อที่จะสกัดขัดขวางการเติบโตของชินชอนจี”
ในระหว่างการประกอบพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์ ที่มักใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง สาวกของชินชอนจีจะต้องตะโกนคำว่า “อาเมน” ดังๆ ส่วนการประกอบพิธี พบว่ามักมีการสัมผัสร่างกายกัน เช่น การโอบไหล่ โดยผู้ประกอบพิธีจะนั่งบนพื้น ในลักษณะ “ไหล่ชนไหล่” และ “เข่าชนเข่า”

ลัทธินี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องงานเผยแผ่ศาสนาที่มีลักษณะซ่อนเร้นตามชุมชนท้องถิ่นต่างๆ และมีการมักออกหาผู้ที่เข้ามาเป็นสาวกตามร้านกาแฟหรือโบสถ์ โดยไม่เปิดเผยตัวตน

สาวกของลัทธินี้ยังไม่จำเป็นต้องแจ้งสมาชิกในครอบครัวว่าพวกเขาคือสาวก อีกทั้งพวกเขายังมักล้มป่วยได้ง่าย เนื่องจากพวกเขาเชื่อในชีวิตนิรันดร์ สาวกจะถูกสอนให้เชื่อว่าความศรัทธาจะทำให้ชีวิตเป็นอมตะ ผู้ที่ล้มป่วยและเสียชีวิตนั้นเป็นเพราะขาดศรัทธา

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *