โรงงานปิดกิจการ 222 แห่ง ตกงานนับ 2.5พันคน

ผ่านไปแค่1เดือนกว่าภายในต้นปี63 โรงงานปิดกิจการ 222 แห่ง แรงงาน 2.5 พัน คนตกงาน

จากข้อมูลสถิติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม พบยอดโรงงานที่ขอปิดกิจการเดือนม.ค.2563 มีจำนวน 222 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 53.10% คิดเป็นมูลค่าลงทุน 2.29 พันล้านบาท ลดลง 8.4% คิดเป็นจำนวนแรงงานที่เลิกจ้าง 2.51 พันคน ลดลง 31.04%
จากข้อมูลสถิติเมื่อปีก่อนอยู่ที่ 3.64 พันคน โดยรัฐบาลมีมาตรการดูแลแรงงานอีกทั้งยังมีความต้องการแรงงานอีกหลายอัตราจำนวนมาก สังเกตได้จากยอดขยายโรงงานในเดือนเดียวกันที่เพิ่มขึ้น 41.17%

โดยยอดขยายกิจการเดือนม.ค.2563 มีจำนวน 96 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 41.17% มีมูลค่าลงทุน 1.49 หมื่นล้านบาท ลดลง 33.18% จาก 2.23 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ(ร.ง.4) มีจำนวน 313 โรงงาน ลดลง 13.29% มูลค่าลงทุน 2.53 หมื่นล้านบาท ลดลง 51.52% แบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่จำนวน 217 โรงงาน ลดลง 25.93% มูลค่าการลงทุน 1.03 หมื่นล้านบาท ลดลง 65.20% สำหรับทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นตอบรับนโยบายรัฐบาล โดยการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอสเคิร์ฟ) เดือนม.ค.มีการขอการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการ จำนวน 98 โรงงาน เพิ่มขึ้น 988.88% มูลค่าการลงทุน 1.04 หมื่นล้านบาท ลดลง 21.21%

โดย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เปิดกิจการและขยายกิจการซึ่งมีมูลค่ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ ท่องเที่ยวสุขภาพ

ด้านนายทองชัย ชวลิตเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่า จากตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนธ.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 99.02 หดตัว 4.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 103.52 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้น 2.13% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2562 ที่หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.09% อยู่ที่ระดับ 96.95 เห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากจีนและสหรัฐสามารถบรรลุยุติข้อตกลงทางการค้าร่วมกันได้เมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

“เชื่อว่าสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีทิศทางผ่อนคลายลงเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยด้วย และเชื่อว่าไทยยังเป็นประเทศเป้าหมายในการลงทุน เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจนักลงทุนได้

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *