Social

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 250 ส.ว. เฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ มาตามนัดทุกรายชื่อ

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 250 ส.ว. เฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ มาตามนัดทุกรายชื่อ (ชมภาพ)

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย

การแต่งตั้ง ส.ว. สืบเนื่องจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้แต่งตั้งให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ซึ่งมีหมวกอีกใบเป็นรองหัวหน้า คสช. ทำหน้าที่เป็นประธานในการสรรหา ส.ว. อีก 400 คน เพื่อส่งคสช. เลือกเหลือ 194 คน และมาจากการเลือกตั้งโดย กกต. และอีก 6 ตำแหน่งผู้นำเหล่าทัพ

ทำความรู้จัก สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับ 60 เพิ่มบทบาทมากขึ้น จากเดิมทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ รวมทั้งร่วมตั้งกระทู้ถามรัฐบาล กลายเป็น “เสียง” สำคัญในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ที่มาของ ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชนโดยตรง แต่จะมาจาก 3 ทาง

(1) ส.ว. 6 คน มาจากผู้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหาร 3 เหล่าทัพ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทั้งหมดเป็น สมาชิก คสช.โดยตำแหน่งด้วย

(2) ส.ว. 194 คน มาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหาที่ คสช.แต่งตั้ง และส่งให้ คสช.เลือกอีกที

(3) ส.ว. 50 คน คือส่วนที่เปิดรับสมัครทั่วไป และวางกลไกให้เลือกกันเอง ตั้งแต่ระดับอำเภอ, จังหวัดและระดับประเทศ แต่เลือกขั้นตอนสุดท้ายโดย คสช. แม้จะแบ่งออกเป็น 3 ทาง แต่กล่าวได้ว่าสุดท้าย คสช. ก็คือ ผู้เลือก ส.ว.ทั้ง 250 คน ซึ่งจะมีบทบาทกับการเมืองต่อไปหลายเรื่อง

ปกติแล้วผู้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คือ ส.ส. ใครได้รับการสนับสนุนเกินครึ่งสภา ซึ่งก็คือ 251 เสียง จาก 500 เสียง ก็มีสิทธิ์จะเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่มีการเขียนในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ให้ สมาชิกวุฒิสภาอีก 250 เสียง ร่วมเลือกนายกฯ จากชื่อที่พรรคการเมืองเสนอด้วย

ดังนั้น ใครจะเป็นนายกฯ จึงต้องได้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 376 เสียงจาก จำนวนเต็ม 750 เสียงของสองสภา (ส.ส.500+ส.ว.250)

คิดเล่นๆ ว่าถ้า ส.ว.รวมใจเป็นหนึ่งโหวตให้ใครทั้ง 250 เสียง คนนั้นก็ต้องการเสียงจาก ส.ส.แค่ 126 เสียง จาก 500 เสียง ก็เพียงพอเป็นนายกฯ

หากการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามชื่อที่แต่ละพรรคเสนอมาไม่สำเร็จ รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้เสนอขอลงมติว่าจะยอมให้เสนอชื่อคนนอกได้หรือไม่ โดยใช้เสียงเสนอเกินกึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียง จาก 750 เสียง

สมมติฐานเดิม หาก 250 เสียง ส.ว. เป็นปึกแผ่น ต้องการเสียง ส.ส.อีก 126 เสียง

ส่วนการรับรองข้อเสนอให้เปิดให้คนนอก ต้องได้เสียง 2 ใน 3 ของสองสภารวมกันขึ้นไป เท่ากับ 501 เสียงจาก 750 เสียง หากรวมเสียง ส.ว.250 คนได้หมด ต้องล่ารายชื่อ ส.ส.ให้ได้อีก 251 คน

ถ้าผ่านได้จะกลับไปใช้เสียงแค่เกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภารวมกัน คือ 376 เสียง จาก 750 เสียง ในการรับรองชื่อนายกฯ คนนอกคนนั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *