Football คมปีกหงส์

“ชะตาไม่อำนวย” 2 เหตุผลที่ลิเวอร์พูลไม่ซื้อตัวพูลิสิซทั้งที่อยากได้ตัวมานาน

ข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลเมื่อเย็นวานก็คือ การที่เชลซีสโมสรดังในพรีเมียร์ลีกบรรลุข้อตกลงซื้อตัว คริสเตียน พูลิสิซ ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจาก ดอร์ทมุนด์ ในราคา 58 ล้านปอนด์ โดยจะให้สโมสรเก่าใช้งานจนจบฤดูกาล

ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับลิเวอร์พูลอย่างไร แฟนหงส์แดงคงทราบกันดี เพราะพูลิซิสเป็นนักเตะที่คล๊อปป์ชื่นชอบมาก เคยเป็นเด็กเก่าและเป็นคนดันพูลิสิซขึ้นมาเล่นชุดใหญ่สมัยอยู่ดอร์มมุนด์ สมัยเมื่อปี 2016 มีข่าวว่าคล๊อปป์ยืนซื้อตัวพูลิสิซถึง 2 ครั้ง 2 คราว แต่ข้อเสนอ 11 ล้านปอนด์ถูกตอบปฎิเสธอย่างทันควัน

ต่อมาก็มีข่าวพัวพันกับพูลิสิซอย่างหนักเมื่อช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา ที่หงส์แดงต้องการเสริมแนวรุก หากยังจำกันได้ตอนที่หงส์แดงเจอกับดอร์มมุนด์ช่วงปรีซีซั่น เจ้าตัวถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและยิง 1 จ่าย 1 ให้ดอร์มมุนด์ชนะหงส์แดงไป 3-1 ตอนนั้นหลังเกมคล๊อปป์ออกมาชื่นชมพูลิซิส นักข่าวก็เขียนข่าวเชื่อมโยงไปมา พูลิซิสเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคล๊อปป์คือกุนซือในดวงใจ

เรียกว่าตอนนั้นเด็กหงส์อย่างเรา ๆ ก็มีแอบฝันลึก ๆ เหมือนกันว่าไม่นานแน่ พูลิซิส คงได้มาสวมเสื้อหงส์แดง แต่จนที่สุดก็กลายเป็นเชลซีที่ได้ตัวไป ซึ่งก็ทำเอาแฟนหงส์หลายคนอดเสียดายไม่ได้ อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของการที่หงส์แดงไม่ยื่นซื้อตัวพูลิสิซเลย คนที่ตอบได้ชัดเจนที่สุดคงเป็นคล๊อปป์ แต่ตัวเขาเองคงไม่ออกมาบอกเราหรอก

แต่ก็มีกูรูหลายคนออกมาวิเคราะห์ได้น่าสนใจเหมือนกัน บทความวันนี้ผมอยากนำเสนอบทความของ James Pearce นักข่าวสายลิเวอร์พูลที่น่าเชื่อถือมากคนหนึ่ง และมักจะเป็นคนที่รู้ข่าววงในรวมถึงความเคลื่อนไหวของทีมได้ดีกว่าคนอื่น เขาได้ออกมาวิเคราะห์ถึง 2 สาเหตุสำคัญที่หงส์แดงไม่ยอมซื้อพูลิสิซ ซึ่งเนื้อหาด้านล่างนี้ 80% จะเป็นบทวิเคราะห์ของเจมส์ เพรียซ และอีก 20% จะเป็นข้อมูลที่ผมหามาเพิ่มเติมและสอดแทรกลงไป ส่วนใครอยากอ่านฉบับเต็มของเพรี๊ยซผมแปะลิงค์ให้ตอนท้ายบทความนะครับ

1 พูลิซิสไม่ควรต้องมานั่งสำรอง

เหตุผลแรกเลยที่เจมส์ยกมาก็คือ เขาบอกว่าหากซื้อ พูลิสิซ มา เขาอาจจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองในแนวรุก เพราะตอนนี้แนวรุกหงส์แดงมีทั้ง ซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ที่ทุกคนเพิ่งจะต่อสัญญายาวกับทีมออกไป และคล๊อปป์เองก็วางทั้งสามคนไว้เป็นตัวหลักของทีมในระยะยาว

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมของคล๊อปป์ไม่มีที่ว่างอีกแล้วสำหรับพูลิสิซก็คือ ชากิรี่ การที่หงส์แดงคว้าตัวชากิรี่มาด้วยราคาแสนถูกแค่ 12.5 ล้านปอนด์ และสามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอด ซึ่งเจมส์บอกว่า ชากิรี่คือนักเตะตัวเลือกต่อจากพูลิสิซของคล๊อปป์ แต่เขากลับทำผลงานได้ดีมาก ลงเล่นตัวจริงไปเพียง 11 เกมแต่ส่วนร่วมกับการทำประตูถึง 9 ลูก (ยิง 6 จ่าย 4)

นอกจากนั้นเจมส์ยังบอกอีกว่า พูลิสิซยังต้องพิสูจน์ตัวเอง เขาเพิ่งจะยิงไปได้เพียงง 15 ประตูจากการลงเล่น 115 นัดให้ดอร์ทมุนด์ และฤดูกาลนี้ก็เพิ่งยิงไป 3 ประตูจากการลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ไป 18 เกม ซึ่งหากวัดกันตรงการพิสูจน์ผลงาน ชากิรี่ทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

2 ลิเวอร์พูลไม่จ่ายค่าตัวแพงเพื่อมาเป็นแบ๊กอัพของทีม

นี่น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญของการที่ลิเวอร์พูลไม่โดดเข้าร่วมแย่งตัวกับเชลซี เหมือนที่เจมส์พาดหัวไว้ว่า “it wasn’t smart business” ถ้าแปลแบบบ้าน ๆ ก็คือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้ม ซึ่งเหตุผลมันสืบเนื่องจากข้อแรกนั่นแหละครับ สมมติว่าลิเวอร์พูลขาดนักเตะในตำแหน่งแนวรุกจริง ๆ เชื่อว่าราคา 58 ลป. คงไม่มากไปอยู่แล้ว (ฟานไดจ์ค 75, อลีสซง 67)

การต้องจ่ายเงินถึง 58 ล้านปอนด์ เพื่อดาวรุ่งที่ผีเท้าดีคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องแย่ และเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทีมที่กำลังขาดแคลนนักเตะในตำแหน่งนี้ และที่สำคัญมันเป็นการซื้ออนาคตที่อาจจะคุ้มค่ามาก ๆ ก็เป็นได้ แต่กับสถานการณ์ของลิเวอร์พูล เราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินมากถึง 58 ลป. เพื่อซื้อนักเตะมาเป็นแบ๊กอัพในแนววรุกที่ลงตัวอยู่แล้ว และยิ่งพูลิสิซมีสัญญาเหลืออยู่กับทีมแค่ 18 เดือน ราคานี้หงส์แดงจึงยอมตัดใจ

มันต่างจากการซื้อฟานไดจ์คและอลีสซงที่หลายคนมองว่าเป็นการซื้อตัวที่แพงเกินกว่าความเป็นจริงเสียด้วยซ้ำ แต่มันคือตำแหน่งที่หงส์แดงขาด และเป็นการซื้อเพื่อยกระดับการเล่นของทั้งทีม ซึ่งฟานไดจ์คกับอลีสซงตอบโจทย์เหล่านี้ได้

ความเห็นของคล๊อปป์

อันนี้ผมหามาเสริมให้อ่านครับ หลายคนน่าจะอยากรู้ว่าคล๊อปป์รู้สึกยังไงกับการย้ายมาเชลซีของพูลิสิซ ซึ่งเมื่อวานตอนนั่งสัมภาษณ์ก่อนเกมเจอกับแมนซิตี้ ก็มีนักข่าวถามเกี่ยวกับประเด็นนี้เหมือนกัน และคล๊อปป์ก็ได้ให้ความเห็นไว้สั้น ๆ ว่า

“เขาจะเป็นนักเตะที่ดีมาก ๆ อีกคนสำหรับเชลซี เขาเป็นนักเตะที่ดี ผมรู้จักเขามาพักนึงแล้วและก็ติดตามเขาอย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นดีลที่ดีสำหรับดอร์ทมุนด์เพราะยังมีเขาไว้ใช้งานจนจบฤดูกาลและเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีของเชลซี เราจะได้เห็นเด็กทักษะสูงย้ายมาเล่นในอังกฤษอีกคน”

บทสรุปของเรื่องนี้ฟังดูแล้วก็น่าเศร้านะครับ เหมือนคนรักกันแต่คบกันไม่ได้ แต่กระนั้นทั้งสองต่างก็มีแต่ความปรารถนาดีให้แก่กันและดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมืออาชีพ ในฐานะแฟนบอลหงส์แดง (ที่ชื่นชอบพูลิสิซ) ต้องขอแสดงความยินดีกับเชลซีด้วยที่ได้เพชรเม็ดงามไปเจียรใน และดีใจกับพูลิสิซกับเส้นทางที่เติบโตขึ้นในอาชีพการงาน ไม่แน่สักวันโลกอาจหมุนให้เรามาเจอกันที่แอนฟิลด์ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ ดูอย่างซาลาห์สิ !!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *