Football เลาะหลังเกม

“แพ้แชมป์เก่า” ตัดเกรดหงส์แดงบุกไปแพ้แชมป์เก่า 2-1 ยังนำจ่าฝูง

ถือว่าเป็นเกมที่สนุกสุดมันส์ และสู้กันได้สมศักดิ์ศรีแชมป์เก่ากับจ่าฝูง ความรู้สึกเหมือนเล่นนัดชิง ทั้งความกดดัน ความเข้มข้นของเกม และเป็นฝ่ายลิเวอร์พูลที่แพ้ไป 2-1 ทำให้แมนซิตี้ทำแต้มตามมาเหลือ 4 แต้ม โอกาสลุ้นแย่งแชมป์เปิดกว้างมากขึ้น

ตัดเกรดนักเตะหงส์แดง

อสีสซง 8

แม้จะเสียไปถึง 2 ลูก แต่ละลูกที่เสียก็เกินสามารถจะรับได้จริง ๆ นอกนั้นถือว่าวันนี้ต้องทำงานหนักและโชว์เซฟไปหลายลูก ป้องกันไม่ให้ลิเวอร์พูลเสียประตูหลายครั้ง แถมยังต้องเป็นคนคอยพักบอลเป็นคนสุดท้ายอยู่เสมอ เพียงแต่วันนี้จังหวะเปิดบอลไปหาเพื่อนหลายครั้งยังไม่แม่นเท่าไหร่

อาร์โนล์ด 5

โดนเผาหลายจังหวะ แต่ก็ทำได้ดีหลายจังหวะ มีจังหวะเติมเกมน้อยมาก แต่เมื่อมีโอกาสเติมก็สามารถทำได้ดี มีส่วนร่วมกับการเสียทั้ง 2 ประตูเพราะประกบซาเน่ไม่ได้ แต่ก็มีส่วนกับการได้ประตูของหงส์แดงที่เปิดบอลให้โรเบิร์ตสันครอสเข้าไปให้ฟีร์มิโน่โหม่ง มีความผิดพลาดหลายจังหวะทั้งการเคลียร์บอลและการจ่ายบอล

ฟานไดจ์ค 6

วันนี้ทำหน้าที่ได้ดีเต็มที่แล้ว ทั้งเกมรับและเกมรุกที่ขึ้นไปค้ำเป็นกองหน้าช่วงท้ายเกม ทำหน้าที่คอยดัก คอยตักบอลของแมนซิตี้ได้ดี จังหวะบล็อกลูกยิงของดาบิดซิลบาครึ่งแรกถือว่าช่วยหงส์แดงไว้มาก

ลอฟเรน 5.5

ป้องกันทางฝั่งซ้ายร่วมกับอาร์โนล์ดได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บอลหลุดมาทางฝั่งนี้บ่อยมาก และเนื่องจากโดนเหลืองไปตั้งแต่ต้นเกมทำให้หลายจังหวะเขาจะช้าไปหนึ่งจังหวะเสมอ และต้องเล่นแบบระมัดระวัง เพราะหากพลาดโดนแดงจะยิ่งลำบาก ไม่มีสำรองในตำแหน่งนี้เลย ยิ่งเจอนักเตะความเร็วอย่างซาเน่ยิ่งทำให้เล่นยากไปอีก

โรเบิร์ตสัน 7

วันนี้รับมือกับราฮีม สเตอร์ลิงได้ดี ทั้งสกัด ทั้งแย่งบอลจากเท้า วิ่งเติมเกมสวย ๆ หลายจังหวะ แต่น่าจะเห็นแล้วว่าการลงเล่นต่อเนื่องหลายนัดเราจะเริ่มเห็นอาการล้าและเติมไม่สุดของเขา ครึ่งหลังทำผลงานได้ดี และมาเปิดแอสซิตสให้กับฟรีมิโน่โหม่งเข้าไป

เฮนเดอร์สัน 6

ขยันวิ่งไล่ วิ่งซ้อน รักษาพื้นที่แดนกลางร่วมกับเพื่อน ๆ ได้ดี การเล่นเน้นชัวร์ไม่เน้นเสี่ยง และไม่ได้จ่ายบอลพลาด เพียงแต่ความเร็วอาจสู้กองกลางทักษะสูงของแมนซิตี้ไม่ได้

ไวนาดุม 6

ช่วยคุมแดนกลางกับเพื่อน ๆ ได้ดี มีทักษะในการครองบอลเอาตัวรอดได้ดี แต่เสียไป 1 ใบเหลืองจากจังหวะทำลายเกมของซาเน่ ทำให้ครึ่งหลังเล่นยากไปหน่อย ไม่สามารถเข้าตัดเกมได้ และต้องถูกดันไปเล่นเกมรุกทางฝั่งซ้ายแทนในครึ่งหลังตอนที่เปลี่ยนเอาฟาบิญโญ่ลงมา

มิลเนอร์ 5

วันนี้ถือว่าทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่สามารถตามเกมของกองกลางแมนซิตี้ได้เลย แต่ก็มีจังหวะดักบอล ตัดบอลแดนกลางสวย  ๆ ได้หลายครั้ง ช่วยบีบไล่ได้ดี แต่โดยรวมแล้วยังทำอะไรไม่ได้ จนถูกเปลี่ยนออกในช่วงต้นครึ่งหลังเอาฟาบิญโญ่ลงมา

ซาลาห์ 5.5

หายจากเกมไปเป็นช่วง ๆ โดนทั้งกอมปานีและลาปอร์ตตามติดจนทำอะไรไม่ค่อยได้ มีจังหวะอันตรายแค่ตอนนาทีที่ 17 ที่จ่ายทะลุช่องให้มาเน่ กับมีจังหวะยิงจัง ๆ แค่ครั้งเดียวในครึ่งหลัง นอกนั้นวันนี้ถือว่าไม่ใช่วันของเขา

ฟีร์มิโน่ 7

บีบไล่แดนกลางได้ดี และมีส่วนอย่างมากในจังหวะทำเกมสวนกลับหลายครั้งของหงส์แดง ครึ่งแรกมีส่วนร่วมน้อยไปหน่อย แต่ครึ่งหลังเขาเริ่มมีส่วนร่วมมากขึ้นในแดนกลาง และกลายมาเป็นคนทำประตูตีเสมอให้หงส์แดงได้ในนาทีที่ 63

มาเน่ 6

ครึ่งแรกกับครึ่งหลังเป็นคนละคน ครึ่งแรกปั่นป่วนแนวรับของแมนซิตี้ได้มากมีโอกาสเกือบได้ประตูจากจังหวะที่ซาลาห์จ่ายบอลมาให้ แต่เจ้าตัวยิงไปโดนโคนเสา จังหวะการเล่นบอลกับเพื่อนยังมีชาด ๆ เกิน ๆ แต่ขยันวิ่งไล่บอลในแดนหน้า ครึ่งหลังไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกม และดูเหมือนจะเสียสมาธิกับเกมไป ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 76 ให้ชากิรี่ลงมาแทน

สำรอง

ฟาบิญโญ่ 5

ลงมาแทนมิลเนอร์นาทีที่ 55 ลงมาเพื่อปรับให้การจ่ายบอลจากแดนกลางดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เกมแดนกลางขอหงส์แดงได้เปรียบขึ้นมาก แทบไม่มีโอกาสได้เปิดบอลสวย ๆ ไปข้างหน้าเลย

ชากิรี่ 5

ลงมาแทนมาเน่ในนาทีที่ 76 ลงมาก็มีส่วนร่วมกับเกมมาก ในการเคลื่อนบอลบุกไปข้างหน้า แต่ก็มีหลายจังหวะที่จ่ายบอลเสีย ถือว่ามีเวลาอยู่ในสนามน้อยไปหน่อย

สเตอร์ริจด์-

ลงมาแทนไวนาดุมในนาทีที่ 85 เพื่อเสริมแนวรุกหวังเอาประตูคืน แต่แทบไม่ได้โดนบอลเลย

รูปเกม

ตามคาดคือหงส์แดงมาในระบบ 4-3-3 เมื่อเน้นบีบแดนกลาง โดยมีสามกองกลางจอมเพรสซิ่งอย่าง เฮนเดอร์สัน มิลเนอร์ และไวนาดุมคุมแดนกลาง ขณะที่เจ้าบ้านก็มาในระบบ 4-3-3 เหมือนกัน แต่มาเพื่อเปิดเกมรุกใส่

ช่วง 10 นาทีแรก รูปเกมเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกมากกว่า แต่ก็ยังทำอะไรลิเวอร์พูลไม่ได้ ส่วนลิเวอร์พูลใช้การบีบสูงตั้งแต่เริ่มเกม ทำให้แมนซิตี้ออกบอลยาก และอาศัยจังหวะสวนกลับ เมื่อได้บอลก็ไม่รีบเร่ง ค่อย ๆ เคาะหาจังหวะไปเรื่อย ๆ

นาทีที่ 17 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ซาลาห์จ่ายให้มาเน่หลุดเดี่ยวไปยิงชนเสา บอลเด้งออกมาคลุกคลิกผู้เล่นของแมนซิตี้สกัดบอลพลาดบอลเกือบเข้าประตูตัวเอง แต่สุดท้ายสโตนส์สกัดออกจากเส้นประตูได้

หลังจากนาทีที่ 20 แมนซิตี้มีโอกาสขึงเกมใส่หงส์แดงอยู่ 3-4 นาที แต่ก็ยังทำอะไรแนวรับของลิเวอร์พูลไม่ได้ ขณะที่หงส์แดงเองจังหวะสวนกลับก็ต่อบอลกันไม่ค่อยได้

สุดท้ายนาทีที่ 40 กุน อเกวโร่ ก็มายิงประตูให้แมนซิตี้ได้ หลังจากขึงเกมบุกใส่หงส์แดงอยู่นาน เขารับบอลจากซิลบา แล้วพลิกตัวยิงมุมแคบแสกหน้าอลิสซงเข้าไป

หลังได้ประตูขึ้นนำ แมนซิตี้ยังขึงเกมบุกหวังเอาประตูที่สองก่อนจบครึ่งแรก แต่ยังทำไม่ได้ ขณะที่หงส์แดงมีฮึดช่วงท้ายเกมแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน จบเกมแมนซิตี้ขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลัง

ยังคงเป็นแมนซิตี้ที่ได้ครองบอลบุกเป็นส่วนมาก นาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลปรับการเล่นก่อนด้วยการส่งฟาบิญโญ่ลงมาแทนมิลเนอร์ และนาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 หลังขึงเกมบุกอยู่พักหนึ่ง จากจังหวะที่อาร์โนล์ดเปิดข้ามฟากไปให้โรเบิร์ตสันเปิดบอลเลยไปถึงฟีร์มิโน่ โหม่งเข้าไปทำให้หงส์แดงตีเสมอได้ 1-1

หลังตีเสมอได้หงส์แดงก็เข้าสู่เกมของตัวเองได้ไม่นาน เพียงแค่ 10 แมนซิตี้ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่แมนซิตี้ตัดบอลสวนกลับของหงส์แดงได้ แล้วโต้กลับเร็ว บอลมาถึงซาเน่ทางฝั่งขวาและซาเน่ยิงไปชนเสาด้านในเด้งเข้าประตูไป

นาทีที่ 81 แมนซิตี้มีโอกาสยิงขึ้นนำ 3-1 จากจังหวะสวนกลับ บอลหลุดมาถึงกุน แต่อลีสซงตามไปเซฟไว้ได้ นาทีที่ 83 ลิเวอร์พูลก็เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่เฮนเดอร์สันจ่ายบอลให้ซาลาห์ ยิงไปติดปลายมือของแอแดซอนออกไป

ช่วงท้ายเกมคล๊อปป์ส่งสเตอร์ริจด์ลงมา และหงส์แดงก็บุกหนักอยู่ฝ่ายเดียว มีโอกาสได้ประตูหลายครั้ง แต่กองหลังของแมนซิตี้ยังช่วยกันเคลียร์บอลได้ดี จบเกมลิเวอร์พูลบุกมาแพ้แมนซิตี้ 2-1 เป็นการแพ้ครั้งแรกในลีก แต่ยังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ 4 แต้ม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *