Football คมปีกหงส์

วิเคราะห์ 3 ปัจจัยที่คล๊อปป์ไม่จำเป็นต้องซื้อนักเตะเพิ่ม

เพียงแค่สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม ซึ่งเป็นตลาดหน้าหนาว หงส์แดงก็ปล่อยตัวนักเตะออกจากทีมถึง 2 รายด้วยกัน คือ โซลันกี้ กับ ไคลน์ ที่ย้ายไปอยู่บอร์นมัธ ในส่วนของโซลันกี้นั้นย้ายไปแบบถาวรด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ แต่ไคลน์นั้นย้ายไปแบบยืมตัวจนจบฤดูกาล และยังมีแววอีกว่านักเตะหลายรายอาจถูกปล่อยไปในช่วงเดือนมกราคมนี้ ไม่ว่าจะเป็น ลัลลานา โอริกี้ สเตอร์ริจด์ และดาวรุ่งอีกหลายคน ที่มีสโมสรทั้งในและนอกอังกฤษให้ความสนใจ

จนทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า นี่จะเป็นการรวบรวมเงินครั้งใหญ่เพื่อซื้อนักเตะระดับท๊อปเข้ามาเสริมทัพหรือไม่ สำหรับผมจากที่ติดตามสำนักข่าวต่าง ๆ และนักข่าวสายลิเวอร์พูลหลายคน ยังไม่วี่แววหรือสัญญาณบอกว่าหงส์แดงจะซื้อนักเตะใหม่ในช่วงนี้ ผมกลับคิดว่าความจริงนักเตะที่ปล่อยไปคือนักเตะที่ทางสโมสรพยายามจะปล่อยไปตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แล้ว

ลิเวอร์พูลเคยปักราคาขายนักเตะอย่างโอริกี้ สเตอร์ริจด์ มาโครวิช และดาวรุ่งหลายคนในช่วงซัมเมอร์ จึงไม่แปลกใจหากหงส์แดงจะขายนักเตะเหล่านั้นในช่วงมกราคมนี้ แต่ในบางรายก็ตัดสินใจเองที่จะอยู่ช่วยทีมต่อ ทั้งสเตอร์ริจด์ ลัลลานา และโอริกี้ แต่รายหลังนี่ยังไม่แน่เพราะมีข่าวพัวพันกับฟูแล่มหนาหูเหลือเกิน

ผมค่อยข้างเห็นด้วยกับบทสัมภาษณ์ของ ทิม เชอร์วู้ด อดีตแข้งตำนานกุหลาบไฟ ที่ออกมาแนะนำ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าไม่ควรซื้อแข้งใหม่เสริมทัพลิเวอร์พูล เดือนมกราคมนี้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้ทีมเสียโมเมนตัมดี ๆ จนออกทะเลได้ลองไปอ่านบางส่วนของบทสัมภาษณ์นั้นกันครับ

“มันมีความเสี่ยงมากทีเดียว หาก ลิเวอร์พูล จะซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพเดือนมกราคมนี้ เพราะอาจจะทำให้กระแสดี ๆ ของทีมแกว่งไป โดยเฉพาะบรรยากาศในห้องแต่งตัว ถ้าผมเป็นกุนซือที่ทำทีมเป็นจ่าฝูงบนตารางคะแนนแบบนี้ ผมจะไม่มีวันซื้อผู้เล่นใหม่เข้ามาเด็ดขาด หากไม่เชื่อก็ดู นิวคาสเซิล ที่ซื้อ ฟาอุสติโน อัสปริยา มาในปี 1996 สิ ออกทะเลจนโดน ยูไนเต็ด แซงคว้าแชมป์ไปเฉยเลย”

ประเด็นที่ เชอร์วู้ด พูดมาตรงกับใจผมมากครับ เพราะผมมองว่าการรักษาโมเมนตัมของทีมตอนนี้สัมคัญมาก หากไม่มีนักเตะบาดเจ็บหรือเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้น ผมมองว่าทีมเรายังไม่ควรเสริมทัพตอนนี้ แม้คล๊อปป์จะเคยออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมชนะวูฟ ฯ ว่า ไม่ปิดโอกาสการเสริมทัพ แต่คล๊อปป์ก็บอกว่า ต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น และเขารู้สึกพอใจกับทีมของเขาตอนนี้มาก

ตอนนี้ผมอยากจะลองวิเคราะห์ว่า เหตุใดลิเวอร์พูลของคล๊อปป์จึงไม่ควรซื้อนักเตะ (โดยเฉพาะบิ๊กเนม) เข้ามาในช่วงเดือนมกราคม และหากไม่ซื้อมาเพิ่มลิเวอร์พูลมีการจัดการอย่างไร ซึ่งผมมองว่า 3 ปัจจัยหลักที่คล๊อปป์ไม่จำเป็นต้องซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเลย ส่วนการขายออกไปเพื่อลดขนาดของทีมนั้นถูกต้องแล้ว เพราะนักเตะแต่ละคนที่ปล่อยไป คือส่วนเกินจริง ๆ

1 ทีมยังลงตัวไม่สุด

เราจะเห็นว่าตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา แม้หงส์แดงจะทำผลงานได้ดี แต่ฟอร์มโดยรวมนั้นถือว่ายังไม่สุด ช่วงแรก ๆ ของฤดูกาลหงส์แดงเล่นเน้นรับเป็นพิเศษ และถูกมองว่าชนะแบบไม่สวยงาม นั่นเพราะคล๊อปป์ปรับแผนใหม่ ทำให้นักเตะต้องอาศัยเวลาปรับตัว

เพิ่งจะแค่ช่วงเดือนธันวาคมนี้เองครับที่ทีมหงส์แดงกลับมาทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ ชนะได้ 8 เกมรวมทุกรายการในเดือนธันวาคม ทั้งนี้โดยที่ทีมยังมีนักเตะบดเจ็บหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเกอิตา อาร์โนล์ด โกเมส มิลเนอร์ ที่สลับกันเจ็บ และบางคนก็ยังไม่หายกลับมา

ตอนนี้ทั้งอาร์โนล์ด มิลเนอร์ หายเจ็บกลับมาแล้ว เกอิตาก็เพิ่งหายเจ็บ และอีกไม่นานโกเมสก็จะกลับมาอีกคน เมื่อบวกกับไคลน์ที่เริ่มได้โอกาสลงเล่นเรื่อย ๆ ลัลลานาที่เริ่มกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้น หงส์แดงจะมีขุมกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

2 นักเตะหลายคนยังพัฒนาได้อีก

ปัจจัยนี้สำคัญมากครับ เพราะลิเวอร์พูลชุดนี้มีนักเตะใหม่เข้ามา 4 คน และแต่ละคนก็ต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับแผนของคล๊อปป์ และนักเตะชุดเดิมหลายคนที่ก็ไม่หยุดพัฒนา

คนแรกคือ นาบี เกอิตา เราจะเห็นว่าช่วงแรกของซีซั่นนั้น เขาทำผลงานได้ดีมาก ก่อนจะโดนอาการบาดเจ็บรบกวน นี่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาที่เราเคยเห็นเขาเล่นให้ไลฟ์ซิก ทั้งการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาส การยิงไกล เขาต้องการเวลาอีกเล็กน้อยในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งมีแนวโน้มว่าเขาจะทำได้ดีเช่นกัน

คนที่สองคนฟาบิญโญ่ อย่างที่เราเห็นกันว่าช่วงหลังฟอร์มของเขาโดดเด่นขึ้นเยอะ และเริ่มปรับตัวกับเกมได้ มีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น แต่ทั้งหมดที่เราเห็นเราก็รู้อยู่แล้วว่า เขายังอยู่ในขั้นปรับตัวและพัฒนา โดนเฉพาะเรื่องของความเร็วและความแม่นยำในการจ่ายบอลที่เขายังพัฒนาได้อีก

คนที่ 3-6 คือบรรดานักเตะเก่าอย่าง อาร์โนล์ด, ไวนาดุม, มิลเนอร์, และเฮนเดอร์สัน นักเตะเหล่านี้เป็นตัวหลักของฤดูกาลที่แล้ว แต่มาปีนี้เราจะเห็นว่าทุกคนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ที่ชัดเจนที่สุดก็คือไวนาดุม ที่ยกระดับการเล่นของตัวเองขึ้นมาเป็นกองกลางตัวหลักของทีมได้แล้ว ขณะที่มิลเนอร์ก็ยังโชว์ความเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ได้ดี และที่น่าสนใจคือ อาแปะของเรา ที่สองนัดหลังสุดเล่นได้โดดเด่นมากในเกมรุก ขณะที่อาร์โนล์ดก็กำลังเรียกฟอร์มเดิมของตัวเองกลับมา

ประเด็นนี้สำคัญเพราะนอกจากนักเตะจะได้พัฒนาการเล่นแล้ว การที่แต่ละคนพัฒนาการเล่นของตัวเองได้หลากหลาย มันย่อมช่วยให้คล๊อปป์มีตัวเลือกในการจัดทัพลงสนามได้มากขึ้น และแก้ปัญหาเรื่องหากเกิดกรณีนักเตะบาดเจ็บได้ ดังที่ เชอร์วูดอธิบายไว้ว่า

“เราทุกคนรู้ดีว่าทีมของคล็อปป์ ตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์พร้อม ถ้าไม่มีอะไรเสียหายก็ไม่จำเป็นต้องพยายามซ่อมมัน เพียงเพราะว่าคันไม้คันมืออยากจ่ายเงิน งานที่เหลือต่อจากนี้ก็คือพยายามหมุนเวียนนักเตะที่มีให้เหมาะสม เวลามีใครบาดเจ็บ สุดท้ายก็น่าจะจบฤดูกาลนี้ได้แบบสวย ๆ ตามที่หวังแน่”

3 เกมรุกเพิ่งเริ่มกลับมาท๊อปฟอร์ม

เช่นเดียวกับเกมรุก ช่วงแรกออกสตาร์ทหงส์แดงมีปัญหาใหญ่อยู่ที่เกมรุกไม่ลงตัว ประตูสำคัญแต่ละลูกไม่ได้มาจากการเข้าทำหรือประสานงานกันที่ไหลลื่นของแนวรุกเหมือนที่เคยเป็น บ้างมาจากเซ็ตพีต บ้างมาจากฟรีคิก บ้างก็มาจากจังหวะผีจับยัด

13 เกมแรกก่อนถึงธันวาคม หงส์แดงยิงรวมกันไปทั้งหมดแค่ 26 ประตูเท่านั้น แต่ 7 นัดในเดือนธันวาคมที่ผ่านหงส์แดงยิงรวมกันไปถึง 22 ประตูด้วยกัน จะเห็นว่าเกมรุกของหงส์แดงเพิ่งจะมาจูนกันติด เราเริ่มเห็นการต่อบอล ชิ่งบอล 1-2 ในแดนหน้า การจ่ายบอลสวยๆ จากแดนกลาง และซาลาห์เองก็เพิ่งจะเรียกความมั่นใจมาได้ไม่นาน

แต่กระนั้น เราจะเห็นว่ายังมีหลายจุดที่หงส์แดงน่าจะทำได้ดีขึ้น เมื่อรวมกับ 2 ข้อด้านบน ทั้งนักเตะที่จะพัฒนาตัวเองขึ้น และการโรเตชั่นของคล๊อปป์ จะช่วยให้แนวรุกยังสามารถรักษาและพัฒนาการเล่นด้วยกันได้อีก

แม้ว่าในความจริงโลกฟุตบอลมันจะไม่มีอะไรแน่นอน ใครจะรู้ว่าหงส์แดงจะเล่นดีขึ้นหรือแย่ลง เช่นเดียวกับที่ใครจะรู้ว่าหากซื้อนักเตะมาใหม่แล้วทีมจะดีขึ้นจริงหรือไม่ แต่เมื่อมองตามเชอร์วู้ด ตอนนี้การรักษาโมเมนตั้มและบรรยากาศของทีมนั้นสำคัญมากกว่าการซื้อนักเตะเข้ามาเพิ่ม และการพัฒนานักเตะที่มีอยู่ก็จะช่วยให้ทีมเรามีโอกาสแข็งแกร่งขึ้นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *