Football บินก่อนเกม

วิเคราะห์ “4 แท๊กติกที่มูริญโญ่” เคยใช้ได้ผลยามเจอลิเวอร์พูลของคล๊อปป์

สัปดาห์นี้คอฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คงต่างก็จับจ้องมาที่ศึกใหญ่ของเกาะอังกฤษอย่างศึกแดงเดือดระหว่างลิเวอร์พูลจ่าฝูงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ที่มีแต้มห่างกันถึง 16 แต้ม นับเป็นแต้มห่างระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนยูที่ห่างมากในรอบหลายสิบปี

ด้วยฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันของทั้งสองทีม จึงมีคำถามคือ ณ เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะใช่คู่ต่อกรกับลิเวอร์พูลหรือไม่ เพราะฟอร์มในลีกต่างกันลิบลับ หงส์แดงชนะติด 5 นัด แต่แมนยูชนะแค่ 1 นัดจาก 5 นัดหลังสุดในลีก

ทั้งหมดทั้งมวลเป็นข้อยกเว้นสำหรับ “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” นี้ เพราะผลงานก่อนเกมมันไม่เคยมีผลต่อการเจอกันของทั้งสองทีมเท่าไหร่ ในทางกลับกัน กับเป็นตรงข้าม ยิ่งหากทีมไหนผลงานไม่ดี พอมาเล่นแดงเดือด ก็จะโชว์ผลงานดี ยิ่งแมนยูในยุคหลัง ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาบุกมาเยือน แอนฟิลด์ มักจะเล่นดีเสมอ

เพิ่งเจอกันมาตอนปรีซีซั่น

เอาแค่ในยุคของมู-คล๊อปป์ เจอกัน 4 ครั้งหลังสุดในลีก คล๊อปป์ยังไม่สามารถเอาชนะแมนยูของมูรินโญ่ได้เลย เสมอ 3 และบุกไปพ่ายในโรงแห่งความฝันอีก 1 ครั้ง แม้ก่อนเจอกันฟอร์มหงส์แดงจะร้อนแรงขนาดไหนก็ตาม

หากสรุปแบบง่าย ๆ นอกเหนือจากเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีแล้ว แมนยูก็ยังมีชายชื่อ “มูรินโญ่” ที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลงานเวลาเจอลิเวอร์พูลของแมนยูสามารถเอาตัวรอดจากหงส์แดงมาได้ และบ่อยครั้งยังสามารถเอาแต้มหรือชนะหงส์ได้ แม้รูปเกมโดยรวมจะเป็นรองมากกว่าก็ตาม

อย่างที่เรารู้กันดีว่า the special one นั้นเป็นกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการวางแท๊กติกและการแก้เกมส์ที่ดีเยี่ยม ยิ่งหากเจอทีมใหญ่ด้วยกัน เขาก็มักจะวางแผนมารับมือคู่แข่งได้ดี และหลาย ๆ ครั้งเขาจะเป็นคนที่มองเห็นจุดเปราะบางของทีมคู่แข่งได้เสมอ และนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในเกม

วันนี้ในฐานะแฟนหงส์ ที่นั่งดูเกมแดงเดือดระหว่างคล๊อปป์กับมูรินโญ่มาตลอดทั้ง 4 เกม เลยจะมาเขียนวิเคราะห์แท๊กติกที่มูรินโญ่มักใช้ได้ผลเวลาเจอทีมลิเวอร์พูล แน่นอนนี่เป็นเพียงมุมมองจากแฟนบอลคนหนึ่งเท่านั้น และบางนัดก็ผ่านมา 2 ปีแล้วอาจจะมีตกหล่นบ้าง ผมก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกันแบบมิตรสหายครับ

ปะกบติดผู้เล่นคนสำคัญของหงส์

จริง ๆ มันเป็นแท๊กติกพื้นฐานของฟุตบอลเลย ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก แต่ทุกครั้งที่มูรินโญ่นำมาใช้ มันจะดูพิเศษขึ้นมาทันที โดยเฉพาะการเจอกับทีมใหญ่หรือมีนักเตะของคู่แข่งคนไหนที่กำลังฟอร์มร้อนแรง จนดูเหมือนว่ามูรินโญ่คงหาทางรับมือไม่ได้หรอก

เด่นๆ เลยที่มูรินโญ่นำมาใช้ในเกมใหญ่แล้วทำให้เป็นที่พูดถึงคือ การใช้เอเรร่าตามปะกบติดอาร์ซาร์จนเล่นไม่ออก และแมนยูก็เอาชนะเชลซีได้ด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปีที่แล้ว ทั้งที่ช่วงนั้นอาร์ซาร์ถือเป็นจอมพลิ้วคนหนึ่งที่หาตัวจับยากมาก

ในเกมนั้น สถิติในครึ่งแรกของอาร์ซา ครอสบอลสำเร็จ 0 ครั้ง , เลี้ยงบอลผ่าน 0 ครั้ง , สร้างสรรค์โอกาส 0 ครั้ง , โอกาสทำประตูเอง 0 ครั้งและตลอดทั้งเกมไม่สามารถชนะการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งได้เลย จนเด็กผีเล่นมุกแซวเชลซีอยู่หลายวัน มีภาพอาร์ซาร์ถูกเอเรร่าตามประกบเป็นเงาไปทุกที่เอามาล้อกันสนุก

หลังจากนั้นมาอีก 1 ปี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 หรือต้นปีนี้เอง ในศึกแดงเดือดที่โรงละครแห่งความฝัน มูรินโญ่ก็งัดแผนนี้มาใช้กับลิเวอร์พูล ที่ตอนนั้นฟอร์มกำลังร้อนแรง เอาชนะทีมอย่างแมนซิตี้มาได้ ขณะที่ทีมของมูรินโญ่ ตอนนั้นฟอร์มเริ่มกระท่อนกระแท่น จนเด็กหงส์หลายคนเชื่อเหลือเกินว่าจะบุกไปขย้ำผีแดงถึงถิ่นได้แน่

แท๊กติกง่าย ๆ ที่แทบไม่ซับซ้อนอะไรเลยคือ การให้ แอชลี ยัง คอยตามติด ซาลาห์ และแข้งปีศาจแดงวัย 32 ปี ของแมนยู ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการประกบดาวยิงชาวอียิปต์ของหงส์แดง ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 จนกลายเป็นมุกล้อเลียนกันนานว่า แอชลี ยัง เก็บซาลาห์ใส่กระเป๋า

ฉะนั้นหากเกมในคืนวันอาทิตย์นี้กลยุทธ์นี้จะถูกนำมาใช้อีกครั้งก็ไม่แปลก เพียงแต่เราไม่รู้ว่ามูรินโญ่จะเล่นงานนักเตะคนไหนของหงส์แดงเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะปีนี้หงส์แดงมีนักเตะที่เล่นทดแทนกันได้หลายตำแหน่ง ที่สำคัญคือมีแผนการเล่นหลากหลายขึ้น

ฟุตบอลไดเรก

ฟุตบอลการเล่นง่าย ๆ ที่ไม่ค่อยสวยงาม และดูไม่มีชั้นเชิงลูกหลังอย่างการสาดบอลยาวไปให้กองหน้าหรือตัวพักบอลที่ครองบอลดีเล่นลูกกลางอากาสดีเข้าทำ แต่เมื่อสถานการณ์จำเป็นต้องใช้ และถูกหยิบมาใช้โดยมูรินโญ่ก็ทำให้ได้ผลการแข่งขันที่ดีหลายครั้ง

วิธีนี้แก้ปัญหาเรื่องที่ทีมของมูรินโญ่อาจมีแดนกลางที่ด้อยกว่าคู่แข่ง มีการต่อบอลครองบอลที่เป็นรองคู่แข่ง การงัดวิธีนี้มาใช้ทำให้เขาได้ผลการแข่งขันที่ต้องการหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อในทีมของเขามีนักเตะอย่าง เฟลไลนี

ไม่ต้องมองไกลถึงทีมอื่น การเจอกันนัดล่าสุดในศึกแดงเดือดที่บ้านของแมนยู ที่เอาชนะหงส์ได้ 2-1 แมนยูใช้หฟุตบอลไดเรกง่าย ๆ แบบนี้แหละฉวยโอกาสโจมตีหงส์แดงก่อนตั้งแต่ต้นเกมจนสามารถขึ้นนำก่อน 2-0 ได้ตั้งแต่ในช่วง 25 นาทีแรกของเกม

บอลยาวจากแดนหลังถูกโยนไปให้ลูกากูใช้ความหนาความใหญ่ของตัวเองพักบอลแล้วจ่ายต่อให้ปีกสองข้าง และกองหน้าที่มีความเร็วอย่างอเล็กซิสและแรชฟอร์ดหาโอกาสเข้าทำประตู ซึ่งมันถูกนำมาใช้ได้อย่างถูกเวลา คือไม่มีใครคิดว่าเปิดเกมมาแมนยูจะเล่นบอลโยนใส่หงส์แดงทันที

ก็เป็นไปได้ที่แผนนี้จะถูกนำมาใช้อีก เพราะตอนนี้ทีมของมูรินโญ่เป็นรองหงส์แดงในหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแดนกลางและแดนหน้าของหงส์ที่เพรสซิ่งบอลได้ดี ปีนี้แมนยูมีปัญหาเรื่องการต่อบอล จ่ายบอล จึงทำประตูจาก Open play ได้น้อยมาก ส่วนมากจะมาจากลูกเซตพีต ลูกตั้งเตะซะมากกว่า และลูกากูเองก็ฟอร์มตกลงมาก จังหวะพักบอลจ่ายบอลไม่เหมือนปีที่แล้ว แต่อย่าลืมว่ามูรินโญ่ยังมีชายชื่อ “เฟลไลนี่”

หาจุดอ่อนจนเจอ

แม้จะเป็นแฟนหงส์แต่ก็ยอมรับความจริงที่ว่า มูรินโญ่เป็นโค้ชที่แก้ทางบอลคู่แข่งได้ดีมากที่สุดคนหนึ่งในโลก เขามักจะหาช่องเล่นงานคู่แข่งได้จากจุดที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต และหลายครั้งต้องยอมรับว่าหลายทีมยึดแผนของเขามาใช้ต่อ เช่น ตอนที่ใช้เอเรร่ากระกบติดอาร์ซาร์แล้วชนะเชลซีได้ หลายทีมก็ปรับตาม ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ทุกทีมจะทำได้เหมือนที่มูทำ แต่มันแสดงให้เห็นว่ากึ๋นของมูรินโญ่นั้น ของจริง

ในเกมที่ลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ 2-1 ดังที่ผมไล่เรียงมานั้น นอกจากการประกบติดซาลาห์และการเล่นฟุตบอลไดเรกแล้ว มูรินโญ่ยังค้นพบจุดเปราะบางของลิเวอร์พูลที่หลายทีมไม่เจอมาก่อน ทั้งที่ในตอนนั้นหงส์แดงฟอร์มดูดีมาก จนหลายคนคิดว่าอาจจะรับมือยาก และหาจุดโจมตีได้ยาก เพราะหงส์เล่นเพรสซิ่งเร็ว ช่วยกันดี

แต่นัดนั้น มูรินโญ่หาจุดเปราะบางของหงส์แดงจนเจอ นั่นก็คือปีกขวา อาร์โนล์ด ซึ่งมูรินโญ่มองว่า ปีวัยเยาว์คนนี้ยังมีประสบการณ์น้อยกว่าคนอื่น การเล่นงานทางอาร์โนล์ด จึงมีโอกาสสร้างปัญหาให้หงส์แดงได้ และเขาก็ทำได้จริง ๆ ตลอดทั้งเกมมูรินโญ่ขึ้นเกมอยู่แทบจะทางเดียวคือทางอาร์โนล์ด ทั้งแรชฟอร์ด ทั้งอเล็กซิส ต่างสับเปลี่ยนกันป่วยอาร์โนล์ด จนเรียกว่าเป็นฝันร้ายของอาร์โนล์ดได้เลยทีเดียว

และตั้งแต่นั้นมาหลายนัด ที่คู่ต่อสู้ของหงส์แดงก็ใช้แท๊กติกเดียวกันนี้เจาะลิเวอร์พูลทางอาร์โนล์ดตลอด ไม่เว้นแม้แต่แมนซิตี้ ที่เจอลิเวอร์พูลใน UCL ก็ยังปรับเอาแผนของมูมาใช้เล่นงานอาร์โนล์ด แต่อย่างที่บอกไม่ใช่ว่าทุกทีมจะทำเหมือนมูรินโญ่ได้ เพราะหลังจากนั้นคล๊อปป์ก็แก้เกมด้วยการให้มิลฟิลด์ไปซ้อนแบ๊กขวาเสมอ และก็กลายเป็นจุดที่ทำให้คล๊อปป์พอจะเดาแท๊กติกของคู่แข่งได้เป็นนัย ๆ ว่าจะต้องมาไม้นี้

นัดนี้อาร์โนล์ดไม่ได้ลง

ปีนี้หงส์แดงของคล๊อปป์เล่นในลีกมา 16 นัดยังไม่แพ้ใคร และที่สำคัญเสียประตูไปเพียง 6 ประตูเท่านั้น และจนถึงวินาทีนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนที่จะเล่นงานหรือหาช่องโหว่สำคัญ ๆ ของหงส์แดงได้เลย แม้แต่เชลซีและแมนซิตี้ก็ยังเล่นแค่ประคองตัวยามเจอหงส์แดง นี่คือสิ่งที่ผมเองในฐานะแฟนบอลหงส์แดงก็ยังหวั่น ๆ ว่ามูรินโญ่จะเจอจุดเปราะบางที่ว่านั้นหรือไม่ และหากเจอแล้วแก้เกมได้เหมือนปีที่แล้ว จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้หงส์แดงขนาดไหน

รถบัส 2 ชั้น

นี่เป็นแท๊กติกที่ขึ้นชื่อหรือสร้างชื่อให้มูรินโญ่อยู่แล้ว ฟุตบอลที่เน้นเกมรับลึก แล้วรอโอกาสโต้กลับ หรือวันไหนต้องการเน้นผลเป็นพิเศษพี่แกก็พร้อมจะเสกรถบัสมาจอดได้ถึง 2 คัน ซ้อนกัน ช่วงแรก ๆ ของฤดูกาลนี้ มูรินโญ่ใช้แผนรถบัสสองชั้นตลอด ไม่ว่าจะเจอทีมเกรดไหนก็ตาม เจอทีมอ่อนกว่าก็จอดรถบัส แต่ปีนี้แตกต่างเพราะหลายครั้งมันไม่ได้ผล นั่นทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างหนัก และมีกระแสกดดันมาก

แต่ในเกมใหญ่ ๆ แบบนี้ มูรินโญ่มีข้ออ้างในการใช้แผนรถบัสได้เสมอ และยิ่งหากผลสุดท้ายแล้วทำได้ แผนรถบัสของเขาก็ดูดีขึ้นมาทันที

หากจะกล่าวเฉพาะบริบทที่แมนยูต้องมาเยือนหงส์แดงด้วยแล้วละก็ ตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุด มูรินโญ่ใช้แผนรถบัสตลอด และทำได้สำเร็จคือ “ไม่แพ้” ในบ้านหงส์ มีแต้มกลับออกไปทุกครั้ง และขนาดที่ว่าแนวรุกของหงส์แดงเมื่อปีที่แล้วดุดันขนาดไหนก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของมูรินโญ่ได้ เสมอในบ้านหงส์ทั้งสองนัดแบบไร้สกอร์ทั้งนั้น

และด้วยสถานการณ์ตอนนี้ที่นอกจากฟอร์มการเล่นจะดูด้อยกว่าแล้ว มูรินโญ่ยังมีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บรบกวนเขาอีก เพราะตอนนี้มีนักเตะตัวหลักเจ็บไปกว่า 9 คนแล้ว ไล่ตั้งแต่ โรโฮ, ลินเดเลิฟ, อเล็กซิส, มาร์กซิอาล, สมอลลิ่ง, ดาร์เมียน, แมคโทมิเนย์, ดาโลต์ และชอว์ 7 คนเป็นนักเตะแนวรับทั้งนั้น และไม่รู้ว่าจะฟิตทันลงสนามกี่คน

นั่นทำให้การเปิดหน้าสู้กับหงส์แดงในเวลานี้อาจไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก ทำให้เป็นไปได้สูงเช่นกันที่มูรินโญ่จะมาจอดรถบัส 2-3 ชั้นในแอนฟิลด์ เพื่อเน้นผลการแข่งขันมากกว่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าแนวรุกของหงส์แดงที่ปีนี้มีตัวเลือกผู้เล่นและการเข้าทำที่หลากหลายมากขึ้นจะหาช่องทางเจาะแผนรถบัสของมูรินโญ่ได้หรือไม่

หรือมูรินโญ่จะมีลูกไม้อะไรใหม่ ๆ มาโชว์อีกหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *