Football เลาะหลังเกม

5 เรื่องที่ต้องพูดถึงหลังเกมชนะเบิร์นลี่ 1-3

เป็นอีกนัดที่แฟนหงส์แดงต้องออกโรงลุ้นกันเหนื่อย เพราะถูกเจ้าบ้านยิงนำก่อนในช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 54 จากรูปเกมที่หงส์แดงไม่ได้เหนือกว่าเลย เพราะคล๊อปป์ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 7 ตำแหน่ง จากนัดที่เฉือนชนะเอฟเวอร์ตัน แต่คล๊อปป์ก็ยังแก้เกมด้วยการส่งนักเตะตัวรุกลงมาแล้วสามารถเบียดเอาชนะได้ 1-3 ตามหลังจ่าฝูงแมนซิตี้ 2 แต้มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือนัดต่อไปหงส์แดงได้แข่งก่อน และแมนซิตี้ต้องไปเยือนเชลซี หากหงส์แดงชนะได้ก็จะขึ้นนำจ่าฝูงพร้อมกดดันแมนซิตี้ได้

นั่นเป็นเรื่องของอนาคตเอาแค่นัดนี้ เรามีเรื่องที่ต้องพูดถึงหลายเรื่องเหมือนกัน ล้อมวงกันมาแล้วผมจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง

1 โรเตชั่นที่เกือบไม่ได้ผล

อย่างที่รู้กันดีว่าหงส์แดงมีโปรแกรม 8 นัดในเดือนธันวาคม และนัดต่อไปพวกเขาต้องพบกับนาโปลี โดยมีเป้าหมายเพื่อชนะนาโปลีแล้วเข้ารอบ UCL ดังนั้นคล๊อปป์จึงไม่มีทางเลือกต้องพักนักเตะตัวหลักไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าคล๊อปป์จะเปลี่ยนถึง 7 ตำแหน่ง

เริ่มตั้งแต่แผงหลังที่มาติปได้ลงก่อนลอฟเรน (ให้ผมเดาคือนัดเจอนาโปลีคล๊อปป์กะให้ลอฟเรนลงแล้วขยับโกเมสไปเป็นแบ๊กขวาแทนอาร์โนล์ด) โดยขยับโกเมสไปเป็นแบ๊กขวา ส่วนแบ็คซ้ายก็พักงานโรเบิร์ตสันแล้วส่งชายหมูโมเรโน่ลงมาแทน ต่อด้วยกองกลางยกชุดใหม่ เกอิตา เฮนเดอร์สัน และมิลเนอร์ ขณะที่กองหน้าก็ยกชุดเช่นกัน คือมีชากิรี่ โอริกีและสเตอร์ริจด์

ดูจากนักเตะเหมือนคล๊อปป์จะใช้แผน 4-4-2 วางโอริกีกับสเตอร์ริจด์เป็นหน้าเป้า โดยมีมิลเนอร์กับชากิรี่เป็นปีก และก็อย่างที่เห็นชุดสำรองของหงส์แดงมีปัญหาในการต่อบอล ความเข้าขารู้ใจกัน ทำได้ไม่ค่อยดี มีที่เด่นๆ คือเกอิตา ที่ขับเคลื่อนเกมได้ดี หากเกมนี้ทำได้แค่แพ้หรือเสมอ ต้องบอกว่าคล๊อปป์รับไปเต็ม ๆ

แต่การแก้เกมของคล๊อปป์ระหว่างพักครึ่ง และการส่งตัวรุกอย่างซาลาห์กับฟีร์มิโน่ลงสนามมาเร็วขึ้น ก็ช่วยให้หงส์แดงเก็บสามแต้มสำคัญได้ พร้อมกับยังได้พักนักเตะตัวหลักเช่นเดิม ทำให้การโรเตชั่นนัดนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมมาก ทำให้นักเตะหลายคนที่ร้างสนามานานได้ลงเล่น ขณะที่นักเตะที่โชว์ผลงานดีอย่างโอริกีและเกอิตาก็ได้รับรางวัลตอบแทนด้วยการลงเป็นตัวจริง

2 เกอิตากับชากิรี่ควรได้โอกาสลงมากกว่านี้

วันนี้เกอิตาเข้าสู่ฟอร์มที่ดีของตัวเองอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้ดีในช่วงต้นฤดูกาล แต่ต้องบอกว่านัดนี้เขาเล่นได้ดีที่สุดตั้งแต่ลงเล่นให้หงส์แดง ทำให้แดนกลางมีสมดุลมาก

แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้เฮนเดอร์สันด้วยที่เล่นบทพระรองคอยแระคองเกมรับอยู่หลังเกอิตา ทำให้เกอิตามีพื้นที่เล่นมาก และเล่นได้อย่างอิสระ เกมนี้เจ้าตัว มีจังหวะยิงเน้น ๆ 6 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง มาจากการยิงนอกกรอบถึง 2 ครั้ง  และได้รับตำแหน่ง MOM ไปครอง

ขณะที่ชากิรี่ยิงได้ 3 ประตูในพรีเมียร์ลีกจากการลงตัวจริง 6 และสำรอง 5 แอสสิตส์ไปอีก 2 ถือว่าผลงานคงเส้นคงวา มากในแนวรุก เมื่อเทียบกับ 3 ประสานอย่างมาเน่ ซาลาห์ ฟีร์มิโน่ และนัดนี้เขาก็แสดงให้เห็นถึงว่าเขาเองก็สามารถเล่นได้ในหลายตำแหน่งแดนหน้า

บางทีหากคล๊อปป์ไม่ยึดติดกับระบบ 3 ตัวหน้าที่ต้องเป็นมาเน่ ซาลาห์ ฟีร์มิโน่ แต่เปิดโอกาสให้นักเตะที่ทำผลงานดีได้สอดแทรกไปบ้างก็น่าจะเป็นผลดีต่อทีม นักเตะที่ทำผลงานดีได้ลง นักเตะที่ทำผลงานแย่ก็มีเวลาปรับปรุงตัวเอง

3 การส่งโอริกีลง

ในเว็บไซด์ thisisanfield วิจารณ์ว่าการส่งโอริกีลงเป็นการเลือกด้วยความรู้สึกมากกว่าเหตุผลของคล๊อปป์ เพราะเจ้าตัวเพิ่งยิงประตูชัยให้หงส์แดงมาในนัดที่แล้ว ซึ่งผมเห็นด้วยส่วนหนึ่ง เพราะดูจากตัวผู้เล่นที่เรามี คล๊อปป์ยังสามารถจัดตัวผู้เล่นได้ดีกว่านี้ เช่นส่งไวนาดุมลงมา แล้วขยับเกอิตาไปเป็น 3 ประสานแนวรุกร่วมกับสเตอร์ริจด์และชากิรี่ในระบบ 4-3-3 ก็ยังได้

แต่ผมก็เห็นด้วยกับคล๊อปป์ว่าไม่มีเวลาไหนจะเหมาะสมที่จะให้โอริกีได้พิสูจน์ตัวเองเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว และ 1 ประตูบวกกับอีก 1 แอสสิตส์ที่ทำได้ในวันนี้ก็ถือว่าไม่ขี้แหร่อะไร เขาควรได้รับโอกาสลงสนามบ่อย ๆ เพราะมีสัญชาตญาณกองหน้าตัวจบสกอร์ได้

ประตูที่เขาแอสสิตส์วันนี้หากดูให้ดี คือเขาอ่านเกมแล้วขยับวิ่งเข้าไปในที่ว่างเพื่อให้เกอิตาส่งให้เขา หากเขาไม่ขยับหาพื้นที่ลูกนั้นเกอิตาอาจไม่ส่งให้เขาก็ได้ มันคล้ายกับการที่เขาวิ่งเข้าไปกดดันฟิคฟอร์ดเมื่อนัดที่แล้ว เรื่องแบบนี้มันเป็นสัญชาตญาณเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มีประโยชน์เมื่อมาถูกที่ถูกเวลา

4 หงส์แดงกำลังมั่นใจ

หลายครั้งที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันไม่เคยมีนัดไหนง่ายเลยตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่น และยิ่งพวกเขาผ่านมันมาได้มากเท่าไหร่ มันย่อมจะสร้างความเชื่อฝังหัวว่า พวกเขาทำได้ หากไม่ยอมแพ้

และก็เป็นเช่นนั้นมาหลายนัด ที่หงส์แดงแสดงให้เห็นว่า แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แต่พวกเขาก็กลับมาได้เสมอ ความมั่นใจแบบนี้ส่งผลดีต่อภาพรวมของทีม นักเตะจะเล่นด้วยความมุ่งมั่น และทุ่มเท หรือพูดง่าย ๆ ว่ายิ่งเล่นยิ่งมั่นใจในสปิริตทีมของตัวเอง

5 อย่าดูแต่ทีมนำให้ดูทีมตามด้วย

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 15 นัดแล้ว และแฟนหงส์หลายคนคงจดจ่ออยู่กับระยะห่างระหว่างแมนซิตี้กับหงส์แดง และเครียดกับผลงานในสนาม จนลืมไปว่าตอนนี้หงส์แดงได้ทิ้งอันดับ 3 อย่างสเปอร์สไป 6 แต้ม และทิ้งอันดับ 3-4 ไปทีมละ 8 แต้ม

นั่นหมายความว่าตอนนี้บรรดาทีมนำบนหัวตารางนั้น หงส์แดงคือทีมเดียวที่ยังรักษาฟอร์มที่ต่อเนื่องของตัวเองและเกาคอแมนซิตี้อย่างไม่ปล่อย เชลซีกับสเปอร์สแม้จะชนะเยอะแต่ก็เริ่มแพ้เยอะเช่นกัน ขณะที่อาร์เซน่อลที่ไม่แพ้ใครมา 13 นัดติด แต่ก็หนักไปทางเสมอ 6 นัดหลังในพรีเมียร์ เสมอไป 4 ชนะ 2

จนกลายเป็นว่าตอนนี้หงส์แดงกลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 อย่างเต็มตัวแล้ว

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *