Football

2 วีรกรรมที่แฟนหงส์ควรชื่นชมเฮนเดอร์สันนัดบุกชนะวัตฟอร์ด 0-3

ควันหลงประเด็นหนึ่งในหมู่แฟนบอลหงส์แดงโลกโซเซียล นัดเมื่อคืน คือมีแฟนบอลจำนวนมากออกมาตำหนิเฮนเดอร์สัน ว่าเล่นไม่ดีตัวเองต้องถูกใบแดงไล่ออก ทางฝั่งฝรั่งมีการนำเอาคลิปจังหวะที่เฮนเดอร์สันได้บอลแต่ไม่จ่ายให้มาเน่ที่ขอบอลอยู่ด้านหน้า แต่เฮนเดอร์สันกลับจ่ายบอลคืนหลัง (มีพื้นที่ว่างด้านหลังมาเน่ให้พลิกทำเกม แต่มีตัวประกบถึงสองคนขนาบข้าง)

ผมจะไม่ลงลึกไปประเด็นว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันไหม เพราะนั่นเป็นเรื่องที่มีแต่คล๊อปป์และนักเตะหงส์แดงเท่านั้นที่รู้ว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ แต่ผมจะมาแก้ตัวให้กัปตันผู้นี้ ซึ่งอาจจะฟังไม่ขึ้นก็ได้ แต่หากท่านลองอ่านจนจบแล้วอาจจะทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของชายคนนี้ ที่ผมเรียกเขาว่า “กัปตันผู้ปิดทองหลังพระ”

และผมไม่ต้องการจะเท้าความไปถึงนัดอื่น ๆ ผมจะวิเคราะห์ให้ฟังแค่ว่า ทำไมเฮนเดอร์สันจึงมีส่วนสำคัญกับชัยชนะของหงส์แดงนัดเมื่อคืน และทำไมเขาจึงควรได้รับการยกย่องจากแฟนบอลมากกว่านี้

1 ทฤษฎีปาท่องโก๋

หากเราเคยได้ยินทฤษฎีปาท่องโก๋ ผมว่าหลายคนจะเข้าใจความสำคัญของเฮนเดอร์สันมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดของการทำปาท่องโก๋ คือ “น้ำ” ที่ทำให้แป้งยึดติดกัน หน้าที่ของน้ำคนกินปาท่องโก๋อย่างเราอาจมองไม่เห็น หรือรู้ว่ามี แต่ก็ไม่สนใจ เพราะเราสนใจรสชาติของมันมากกว่า แต่สำหรับคนทำปาท่องโก๋แล้ว “น้ำ” สำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้ หากไม่มีสิ่งนี้ เขาก็ไม่สามารถทำปาท่องโก๋ออกมาได้

คล๊อปป์คือคนที่เข้าใจความสำคัญของกัปตันคนนี้มากที่สุด

เฮนเดอร์สันทำหน้าที่คล้าย “น้ำ” ที่คอยรักษาสมดุลระหว่างแดนหน้ากับแดนหลัง เป็นกระดูกสันหลังของเกม ที่จะทำให้เกมต่อเนื่อง ไม่หลุดลุ่ย เมื่อคือเฮนเดอร์สันมีสถิติการครองบอลอยู่ที่ 8.7 มากที่สุดในสนามรองจากฟานไดจ์ด และไม่แปลกเพราะสองคนนี้จ่ายบอลให้กันเสมอ

นัดเมื่อคืน คล๊อปป์ใช้แผน possession football ฟุตบอลที่เน้นการครองบอลไปมา บางครั้งดูเหมือนน่าเบื่อ ทีมใหญ่ ๆ อย่างยูเวนตุส บาร์เซโลน่า เชลซี และแมนซิตี้ ต่างก็ใช้สไตล์นี้ทั้งนั้น การที่วัตฟอร์ดมาเน้นตั้งรับแล้วรอสวนกลับ โดยมีปีกความเร็วสูงอย่างเดอเลอเฟล และเปเรร่ายืนค้ำอยู่ด้านหน้า นั่นทำให้หงส์แดงต้องเล่นครองบอลด้วยความอดทน

ถ้าเข้าใจเช่นนี้เราจะเข้าใจแล้วว่า เฮนเดอร์สันสำคัญอย่างไร เขาคือนักเตะที่เป็นแกนกลางของการครองบอล เขาจะเคลื่อนที่เข้าหาบอล หาที่ว่าง เมื่อให้เพื่อนมีช่องการจ่ายบอล และเพื่อให้การครองบอลของทีมไหลลื่นต่อเนื่อง ระหว่างที่กองหน้ากำลังเคลื่อนที่หาช่องเจาะคู่แข่ง สถิติการครองบอลสูงถึง 8.7 จึงเป็นเครื่องการันตีว่าเขาทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์

หน้าที่ครองบอลจะสอดคล้องกับการได้บอลและการจ่ายบอล จากสถิติเมื่อคืนเฮนเดอร์สันสัมผัสบอลมากถึง 101 ครั้ง เป็นรองแค่ฟานไดจ์คที่ 106 ครั้ง แต่หากเขาอยู่จนจบเกมแน่นอนว่าจะมากกว่าฟานไดจ์คแน่นอน และสถิติการจ่ายบอลสำเร็จของเราก็สูงถึง 85%

สัมผัสบอลมากที่สุดอันดับสองในทีม 101 ครั้ง

เขามีอิทธิผลต่อเกมขนาดนี้ ในสายตาของคล๊อปป์ที่เป็นเหมือนคนทำปาท่องโก๋ ย่อมจะเห็นความสำคัญตรงนี้ จริงอยู่การทำประตูไม่ได้มาจากเขา แต่หากปราศจากสมดุลของเกมทั้งเกม เราจะมีโอกาสทำประตูหรือไม่ คนดูฟุตบอลย่อมดูเฉพาะจังหวะสำคัญ ๆ แต่คนคุมทีมต้องดูทั้งเกม

2 เหตุผลเบื้องหลังของใบแดง

ในมุมมองของแฟนบอลที่มองจากจอทีวี ย่อมจะไม่เห็นด้วยว่า จังหวะการเข้าบอลจนนำไปสู่การเสียใบเหลืองที่สองนั้น ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่า ไม่อันตรายอะไร มีกองหลังคนอื่นอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำ แต่อย่าลืมว่าทุก ๆ การตัดสินใจมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่กับคนที่มุ่งมั่นในหน้าที่แบบกัปตันนั่นคือหนทางสู่ความประมาท

“ผมไม่ต้องการให้คู่แข่งมีโอกาสได้ทำเกมรุกเลยสักครั้ง หรือแค่ครั้งเดียวมันก็มากเกินไป”

นี่เป็นเสมือนการคำรามก้องของกัปตัน ประกาศเจตนาชัดเจนของการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เราอาจจะคิดว่าปล่อยไปก็ได้ไม่เป็นไร แต่เรามองจากภาพกว้างในทีวี มี 160 องศา แต่เขามองเห็นแค่คู่แข่งและหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

การชมโดยไม่มีอะไรมายืนยันก็ไม่ดี จากสถิติในเกม เฮนเดอร์สันแท๊กเกิลได้ถึง 4 ครั้งมากที่สุดในทีมลิเวอร์พูล เคลียร์บอลได้ 1 ครั้ง บล็อกลูกยิงได้ 2 ครั้งมากที่สุดในทีม และที่สำคัญหากพูดถึงเรื่องการยืนตำแหน่ง เขาเสียตำแหน่งการยืนไปเพียงแค่ 2 ครั้ง ในขณะที่คนอื่น ๆ 4-6 ครั้ง

แท๊กเกิลได้เยอะสุด

การที่เขาต้องเล่นในระบบการครองบอล เพื่อหาจังหวะเล่นงานคู่ต่อสู้ด้วยความอดทน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องคอยทำลายเกมรุกของคู่ต่อสู้ด้วย ดังนั้นเขาจึงรับหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำอะไรพลาด โดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัว เพราะสิ่งที่เขาทำมันแค่ทำได้ กับทำไม่ได้ เขาทำสิ่งพื้นฐาน

ยืนตำแหน่งดีที่สุด

กองหน้ายิงไม่เข้า 10 ครั้ง แต่ยิงเข้าครั้งเดียวคนก็จำลืมการยิงไม่เข้า เลี้ยง 20 ครั้งผ่าน 3 ครั้งแต่ได้ประตูคนก็จำแค่จังหวะการเลี้ยงที่สุดยอด แต่นักเตะที่ทำหน้าที่อย่างเฮนเดอร์สันจ่ายพลาดครั้งเดียว คนไม่จำการจ่ายบอลอีก 100 กว่าครั้งของเขา เพราะเป็นการจ่ายที่แสนจะธรรมดา แปะไปแปะมา แต่การแปะไปแปะมาของเขานี่แหละที่ช่วยคุมสมดุลของเกม ช่วยทำให้ทุกอย่างของหงส์แดงปะติดปะต่อกันได้ในสนาม

จริง ๆ มันเป็นเรื่องปกติของแฟนบอล พวกเรามีแนวโน้มจะเป็นพวก “ฮีโร่นิยม” เราจะชอบนักฟุตบอลที่โดดเด่น มีทักษะแพรวพราว ถ้าเป็นโกลก็ต้องเหนียว กองหลังต้องแกร่ง กองกลางต้องตัดเกมดี จ่ายบอลคม กองหน้าต้องยิงกระจาย ผมว่าทุกคนมีมุมมองคล้าย ๆ กัน แบบนี้

นักเตะประเภทนี้เล่นดีก็เสมอตัว เล่นแย่ก็โดนด่ายับ เพราะจำเป็นต้องทำหน้าที่ ๆ คนอื่นทำไม่ได้ หน้าที่ที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เพราะไม่ได้ทำให้ทีมได้ประตู และก็ดูเหมือนไม่ได้ป้องกันทีมจากการเสียประตู แม้กระทั่งตอนที่ไม่มีเขาในสนามคนก็มักคิดว่าไม่เป็นไร และหากทีมชนะก็ยิ่งชัดเจนว่า คนทำหน้าที่นี้ไม่สำคัญอะไร

ฉะนั้นการมีนักเตะคนหนึ่งที่เลี้ยงบอลก็ไม่ดี ไม่มีความเร็ว ไม่กล้าจ่ายบอลเสี่ยง สร้างสรรค์เกมก็ไม่ได้ ลงมาเปลี่ยนเกมก็ไม่ได้ จนได้ฉายาว่า “อาแปะ” จากแฟน ๆ และที่สำคัญนักเตะคนนี้ดันมาเป็นกัปตันทีมเสียนี่ มันก็เลยดูขัดใจแฟน ๆ โดนเฉพาะเวลาทำอะไรพลาด หรือทีมทำผลงานไม่ดี มันก็ง่ายมากที่จะโยนความผิดให้คนที่ไม่โดดเด่นอะไร (ในสายตาของเรา)

แต่สำหรับผมเขาคือกัปตันตัวจริง เพราะเขาทำหน้าที่เพื่อทีม เพื่อสโมสร เพื่อโค้ช เสมอ และเขาไม่สนใจว่าแฟนบอลจะรักเขามากเท่ากับคนอื่น ๆ หรือไม่ แต่เขาจะมีความสุขร่วมกับเราทุกครั้งที่ทีมชนะ และจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมในยามที่ทีมลำบากแน่นอน

นักเตะเก่ง ๆ มาแล้วก็ไป แต่นักเตะที่รักสโมสร จงรักภัคดีกับสโมสรแบบเขา จะหาได้จากที่ไหนอีกในยุคนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *