‘แพท ณปภา’ เพิ่งรู้ว่ามีน้องชายอีก 1 คน

เพิ่งรู้ว่ามีน้องชายอีก 1 คน ‘แพท ณปภา’ รับรู้ความจริง ผ่านมา 33 ปี (ชมคลิปท้ายข่าว)

ได้มีโอกาสออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ถึงข่าวคราวการสูญเสียคุณแม่ผู้ให้กำเนิด ที่ไม่เคยแม้แต่จะได้เจอหน้า หรือพูดคุยกันในวันที่ยังมีลมหายใจ สำหรับนักแสดงสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล

ซึ่งเธอได้เผยกลางงาน Manila Brand ว่า ในวันที่ทราบข่าวตัวเธอเองก็รู้สึกช็อกและตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณแม่ ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสทำหน้าที่ของลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเผยความจริงเรื่องที่เพิ่งได้ทราบว่าตนเองมีน้องชายอีก 1 คน แถมยังมีอายุห่างกันแค่ปีเดียว

ขออนุญาตถามถึงข่าวคราวการสูญเสียคุณแม่ ?
“เรื่องคุณแม่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของเราเหมือนกันค่ะ เพราะเราไม่เคยรู้รายละเอียดเลยเกี่ยวกับคุณแม่ แต่โชคดีที่ญาติฝั่งคุณแม่ รวมถึงน้องชายเข้ามาช่วยดูแลให้หมดเลย ในขณะที่ตัวเราเองก็ช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายไป ช่วยกันเต็มที่ค่ะ

สำหรับบรรยากาศตอนที่เดินทางไปหาท่าน ก็ยอมรับค่ะว่าตื่นเต้น เพราะเราไม่เคยเจอญาติฝั่งคุณแม่เลยแม้แต่คนเดียว และก็ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมีน้องชายด้วย ถามน้องชายยังอายุห่างจากเราแค่ 1 ปีเอง คือเป็นวันแรกเลยจริงๆ ที่ได้เจอญาติ เจอครอบครัวของคุณแม่ทั้งหมด”

“ตอนแรกน้องชายเขาก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ เพราะเขาก็ไม่เคยคิดเลยเหมือนกันว่าเขาจะมีพี่สาว คือเขารู้รายละเอียดแค่ว่าเขามีพี่เป็นดารานะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะเขาไม่เคยเห็น แถมเราทั้งคู่ก็ยังไม่เคยติดต่อกันมาก่อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องสาวของคุณพ่อถามเขาขึ้นมาว่า ‘ปอนด์รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีพี่สาว’ ตอนนั้นเขาก็ตอบกลับไปว่า ‘แค่มีพี่สาวเขาก็ตื่นเต้นแล้ว แต่นี่พี่สาวผมยังเป็นดาราอีก ผมก็เลยยิ่งไม่รู้ว่าจะต้องพูดกับพี่คำแรกอย่างไร’

วันนั้นเราก็เลยบอกเขาไปว่า ‘ไม่เป็นไร เราก็คุยกัน ทักกันปกตินี่แหละ’ ทุกวันนี้เราก็ยังมีการติดต่อกันอยู่บ้างค่ะเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งจะทำบุญครบรอบ 7 วันไป แต่เดี๋ยวก็จะต้องมีการทำบุญ 100 วันอีกที”

จะมีโอกาสไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้นไหม ?
“อันนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับทางเขาด้วยเหมือนกัน เพราะเราก็ชวนเขามา เนื่องจากเราเองไม่ค่อยว่าง แถมเขาอยู่แถวๆ เชียงรากด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างไกล ดังนั้นเราก็เลยบอกกับเขาไปว่า ถ้าหากว่างเมื่อไหร่ก็มาหาเราที่บ้านได้เลยนะ

มาอยู่กับเราที่บ้านได้เลย ดีใจมากค่ะ ที่น้องเป็นคนเก่ง ดีใจแทนคุณแม่มากๆ สามารถพูดได้เลยว่าคุณแม่สบายใจได้แล้ว เพราะลูกคนโตก็สามารถเอาตัวรอดได้ ส่วนคนที่สองก็เก่งมาก เขาเป็นถึงผู้รับเหมา”

แสดงว่าเราอยากให้น้องมาอยู่กับเราที่บ้านด้วย ?
“คือน้องเขามีครอบครัวแล้วค่ะ แต่ถ้าหากเขาได้มีโอกาสมาเที่ยวกรุงเทพ ก็อยากจะให้เขามาสนุกสนานกับครอบครัวที่นี่ มาพบปะกับครอบครัวของเรา”

ตอนนี้เราเจอคุณแม่ครั้งแรกความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ?
“มันก็เหมือนเป็นทั้งวันแรกและวันสุดท้ายนะคะ มันก็มีความรู้สึกช็อกอยู่นิดหน่อย วันนั้นก็ถามคุณตาคุณยายเหมือนกันค่ะว่า ทำไมคุณแม่ถึงเลือกที่จะไม่บอกเราว่าท่านกำลังป่วย ทั้งๆ ที่เราก็ส่งข้อความแชทพูดคุยกันตลอด

แต่คุณแม่ไม่เคยพูดอะไรให้ฟังเลยเกี่ยวกับอาการป่วยของท่าน และก็ไม่เคยส่งรูปตอนที่ท่านป่วยให้ดูเลยด้วย ซึ่งรูปส่วนใหญ่ที่คุณแม่ส่งมาให้ดู ก็จะเป็นรูปสมัยที่ท่านยังสาว หรือตอนที่ท่านยังไม่ป่วย”

“วันนั้นคุณตาคุณยายก็ให้คำตอบว่า คุณแม่ท่านไม่อยากให้เรารู้ แถมช่วงที่เราเริ่มคุยกับแม่ก็เป็นช่วงที่ท่านเริ่มเดินไม่ค่อยไหวแล้วด้วย เหมือนท่านไม่อยากให้เราเห็นว่าท่านไม่ค่อยสบาย คุณตาคุณยายยังบอกอีกว่า

แม่ยังเคยไปแอบดูเวลาแพททำงานที่พัทยาเลย แต่แม่ก็ไม่เคยบอกอะไรแพท เหมือนท่านไม่อยากให้เราเห็นจริงๆ กระทั่งในช่วงวินาทีสุดท้ายคุณตาคุณยายบอกว่าคุณแม่อยากเจอเรา”

เราได้บอกอะไรกับคุณแม่บ้างในวันที่ไปส่งท่าน ?
“ก็ขอบคุณคุณแม่ค่ะ ขอบคุณที่ยังนึกถึงและยังมีกันและกันมาเสมอ ขอบคุณคุณแม่มากๆ ที่คุณแม่ทำให้แพทมีโอกาสได้ทำหน้าที่ของลูกในวันสุดท้าย”

อัปเดตอาการของคุณย่าบ้าง ล่าสุดเห็นเราบอกว่าท่านอาการดีขึ้นมาก ?
“ใช่ค่ะ ก็คือเป็นวันที่ช็อกกันทั้งบ้านเลย เพราะที่ผ่านมาเราดูแลท่านแบบเป็นปกติทุกวันๆ จนลืมไปเลยว่าท่านชอบอะไร กระทั่งได้มีโอกาสคุยกับคุณพ่อ และคุณพ่อก็บอกว่าสมัยก่อนคุณย่าชอบฟังเพลงจีนมาก

หลังจากนั้นเราก็เลยเปิดเพลงจีนให้ท่านฟังอยู่บ่อยๆ ซึ่งในวันนั้น วันที่เราช็อกนี่แหละ มันเหมือนกับว่าท่านอยากจะร้องเพลง ท่านคล้ายๆ จะขยับปากเหมือนจะพูดกับเรา ท่านจับมือเรา ดึงมือเรา จนเราแบบตกใจมาก เพราะเราไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มานานมากแล้ว วันนั้นเป็นวันที่ทุกอย่างดีมากๆ ค่ะ จนตัวเราเองยังมือสั่นเลย ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีโอกาสได้เห็นภาพนั้น

แต่ทุกวันนี้คุณแม่ก็อาการทรงๆ ค่ะ ชื่นใจมากๆ เพราะที่ผ่านมาเราจะพูดกับแม่ตลอดว่าเมื่อไหร่แม่จะตอบเรานะ เพราะเราอยากจะให้ท่านพูดกับเราได้ ไม่ว่าจะพูดคำว่าอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ท่านพูด แต่ถึงยังไงก็แค่ท่านอยู่กับเรา เป็นกำลังใจให้เรา ได้เห็นท่านกินข้าวทุกๆ วัน เราก็มีความสุขมากแล้ว”

ชมคลิป

‘แพท’ เปิดใจ หลังพา ‘น้องเรซซิ่ง’ ไปเรียนวันแรก

‘แพท’ เปิดใจ หลังพา ‘น้องเรซซิ่ง’ ไปเรียนวันแรก (ชมคลิปสัมภาษณ์)

ส่วนทางด้านภาพถ่ายความน่ารักน่าเอ็นดูของ น้องเรซซิ่ง ลูกชายวัยกำลังซนของเธอ ที่เพิ่งจะมีโอกาสได้เข้าไปลองใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเป็นครั้งแรก

โดยมีคุณพ่อ เบนซ์-อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ไปร่วมส่งและให้กำลังใจกันแบบพร้อมหน้าในวันสำคัญนั้น แพท ณปภา ก็ได้เผยความรู้สึกให้เราฟังว่า

น้องเรซซิ่งไปโรงเรียนวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง ? “ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ เพราะเราคิดไว้อยู่แล้วว่าลูกเราจะต้องไม่มีโมเมนต์ร้องไห้ หรืออาลัยอาวรณ์แม่ และที่สำคัญลูกเรา ตอบได้แค่คำว่า ‘Yes’ ซึ่งถือว่านางฉลาดมาก

เพราะไม่ว่าคุณครูจะถามอะไรนางก็ตอบ ‘Yes’ ทั้งหมด จนแพทเองก็เหวอ คือเเบบเขาทำได้ (ยิ้ม) และหลังจากเขาเข้าห้องเรียนไปก็ไม่เหลียวหลังมาหาแพทเลย

ขนาดเราพยายามเรียกให้เขาหันมามอง เขาก็ยังโบกมือบ๊ายบาย อารมณ์ประมาณว่าทำไมแม่ไม่กลับสักที ลูก ลูกมีแม่นะ (หัวเราะ) ก็คือไม่ร้องไห้เลยค่ะ”

“ส่วนเรื่องเวลาตอนที่ไปรับกลับ จริงๆ เขาเลิกเรียนตอนบ่าย 2 แต่แพทไปรอเขาตั้งแต่บ่ายโมง ซึ่งคุณครูก็เล่าให้ฟังว่าน้องไม่ร้องไห้เลย คึกคักตลอดทั้งวัน เต้นไม่มีหยุดเลยจริงๆ แถมยังชวนเพื่อนๆ เต้นด้วย พลังงานเยอะมาก

สำหรับเรื่องการเตรียมตัวไปโรงเรียน คุณครูก็บอกว่าคุณแม่ขาดของใช้ของน้องหลายอย่างเลย อย่างเช่น คุณแม่มีที่นอนกับหมอนก็จริง แต่ว่าคุณแม่ไม่มีผ้าห่มให้น้อง คุณแม่ไม่มีรองเท้าสลิปเปอร์ให้น้อง

คุณแม่ไม่มีชุดน้องให้น้อง คุณแม่ไม่มีแปรงสีฟันให้น้อง และก็ฝากให้คุณแม่ช่วยเตรียมของทั้งหมดมาด้วยในวันพรุ่งนี้ (หัวเราะ) ก็รับปากคุณครูไปแล้วค่ะว่าพรุ่งนี้จะเตรียมตัวไปให้ดีที่สุด”

ปกติเราเป็นคุณแม่ที่ติดลูกมาก ความรู้สึกเป็นยังไงบ้างตอนเข้าไปโรงเรียน ?
“เป็นวันที่รู้สึกว่าเหงาค่ะ เวลาอยู่ในรถคนเดียวมันก็เงียบ ไม่มีเขามาคอยถามนู่นนั่นนี่ เพราะเขาไปโรงเรียน ก็อย่างที่บอกไงคะรีบไปรับเขาตั้งแต่บ่ายโมงเลย (ยิ้ม)”

หลังจากเลิกเรียนแล้วได้ถามน้องไหมว่า เป็นยังไงบ้างการไปโรงเรียนวันแรก ? “ถามค่ะ เขาก็บอกว่าไม่ร้องไห้ สนุก จะไปโรงเรียนอีก ยืนยันแล้วว่ายังไงพรุ่งนี้ก็จะไปให้ได้ ซึ่งในมุมของเราเอง เราก็ได้รับรู้ถึงมุมของแก๊งผู้ปกครองที่เราไม่เคยรู้มาก่อน มีกลุ่มแชทผู้ปกครอง มีกลุ่มแม่ๆ ที่พูดคุยเรื่องขนม (ยิ้ม)”

ตอนไปส่งเขาที่โรงเรียนมีโมเมนต์น้ำตาคลอบ้างไหม ? “แค่เกือบๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่ลูกเราตลกไง เพราะเขาไม่เหลียวหลังมาหาเราเลย แถมวันนี้ก็เป็นวันที่คุณพ่อเขาไปส่งด้วย เรายังคุยกับคุณพ่อเขาเลยว่า ลูกไม่มองเราเลยจริงๆ นะ ซึ่งคุณพ่อเขาก็ตอบกลับมาว่า ลูกคงจะเบื่ออะไรเดิมๆ แล้ว”

แสดงว่ามีการนัดกับเบนซ์เพื่อจะไปส่งลูกที่โรงเรียนถูกไหม ? “ใช่ค่ะ ก็มีการนัดกันและก็ไปเจอกันที่โรงเรียน นางเห่อกว่าเราอีก นางถ่ายรูปลูกทุกโมเมนต์ มีรูตรงไหนนางถ่ายหมด เยอะ ส่วนเรื่องที่เขาจะไปส่งลูกที่โรงเรียนทุกวันไหม อันนี้ก็แล้วแต่เขา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับเราด้วยเหมือนกัน เพราะถ้าหากเรามีงานแม่ลูก เราก็คงต้องลา แล้วก็ไปบอกเขาว่าลูกไปหรือไม่ไป หรือถ้าวันไหนที่เขาสะดวกไปรับก็ให้เขาไปค่ะ ก็คือแล้วแต่เขาเลย หากเขาสะดวกอะไรยังไงก็ให้เขาทักมา”

นอกจากเป็นการเปิดโลกของลูกแล้ว ก็ยังเป็นการเปิดโลกของเราในฐานะคุณแม่ด้วย ? “ใช่ เอาจริงๆ นะเราไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องแต่งตัวยังไงเพื่อไปรับไปส่งลูก โดยที่ให้ตัวเองดูเป็นคุณแม่ และไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง ซึ่งมันไม่ได้มีการแต่งตัวแข่งกันอะไรเลยนะคะ

แต่เราแค่กลัวว่าเราจะดูไม่เหมือนคุณแม่ก็เท่านั้นเอง ตลก ขนาดลูกเรายังแต่งตัวแน่นเลย เรซซิ่งแต่งตัวนานจนเพื่อนถามว่ามาเรียนหรือมาเดินแฟชั่นโชว์ (หัวเราะ)

ก็คือเราไม่รู้ไงคะ เราฟิตติ้งกันสองคนแม่ลูกตอนกลางคืนก่อนไปโรงเรียน มันก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ลืมของใช้บางอย่างของลูกไง”

เรื่องค่าเทอมเรากับพี่เบนซ์จัดการกันอย่างไร ?
“เราแบ่งกันคนละครึ่งค่ะ คือมันเป็นความตั้งใจของเราทั้งคู่อยู่แล้วที่อยากให้ลูกเรียนอินเตอร์ แต่ก็คือจะให้เขาทดลองไปก่อน 4 ปี ถ้าหากแม่สามารถไปต่อไหว เราก็จะไปค่ะ”

ชมคลิป

‘นุ๊ก’ พาลูกชายเปิดใจ หลังได้เจอพ่อแท้ ๆ

‘นุ๊ก สุทธิดา’ พาลูกชายเปิดใจ หลังได้เจอพ่อแท้ ๆ


ถือเป็นคุณแม่สุดสตรองจริง ๆ สำหรับ นุ๊ก สุทธิดา ที่ถึงแม้ชีวิตจะผ่านมรสุมมาอย่างหนักหน่วงขนาดไหน ก็ยังสามารถเลี้ยงดูลูกชายได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นได้ทั้งแม่และพ่อของลูก ๆ ทุกคน จนกระทั่งตอนนี้เจ้าตัวมีครอบครัวใหม่ที่สมบูรณ์พร้อม และมีความสุขแล้ว

ล่าสุด (14 สิงหาคม 2562) นุ๊ก สุทธิดา ก็ได้ควง 2 ลูกชายสุดหล่ออย่าง น้องปิ๊บโป้ อายุ 14 ปี และ น้องปาแปง อายุ 13 ปี มาพูดคุยในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31

ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ นุ้ย สุจิรา เป็นพิธีกร โดย นุ๊ก สุทธิดา เปิดเผยว่า ลูกชายคนโตเป็นเด็กโลกสวย และดูเหมือนเป็นน้องมากกว่า ในขณะที่น้องปาแปงจะขรึมกว่า

และคอยดูแลน้องเล็กอย่าง น้องอดัม ที่ตอนนี้อายุ 2 ขวบครึ่ง ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เรียกได้ว่าทำหน้าที่แทนแม่นุ๊กได้เลย

เมื่อถูกถามถึงตอนที่ประกาศตามหาคุณพ่อ ซึ่งปัจจุบันลูกชายทั้งสองได้เจอกับคุณพ่อแล้วนั้น น้องปิ๊บโป้ เล่าว่า คุณพ่อได้มีการติดต่อชวนมาเล่นเกม ROV ด้วยกัน

และหลังจากนั้นก็ได้เจอกับคุณพ่อ และมีการไปกินข้าวด้วยกัน ซึ่งตนคิดถึงคุณพ่อมาก พอเจอกันก็รู้สึกดีใจ

ทางด้าน นุ๊ก สุทธิดา กล่าวว่า ตอนที่ลูก ๆ เจอกับอดีตสามี ตนไม่ได้อยู่ด้วย เพราะอยากให้เป็นช่วงเวลาที่ดีต่อกันระหว่างพ่อกับลูก

จึงให้พี่เลี้ยงเป็นคนไปส่ง ซึ่งตนก็รู้สึกว่าอดีตสามีเข้ากับลูกได้ดี สามารถเล่นเกมกับลูกได้ ต่างจากตนที่เล่นเกมไม่เป็นเลย แถมยังเปิดร้านเกมอีกด้วย

นอกจากนี้ นุ๊ก สุทธิดา ยังเผยอีกว่า ไม่อยากให้ลูกไปนอนค้างกับอดีตสามี เพราะลูกจะนอนดึกมาก ๆ

อีกทั้งตนเลี้ยงลูกมานาน ก็จะรู้ว่าลูกเป็นอย่างไร ชอบกินอะไร นอนตอนไหน กลัวว่าจะตามใจลูกจนปล่อยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป

ส่วนเรื่องการดูแลลูก ๆ ทั้ง 3 คน ก็จะให้พี่เลี้ยงช่วยดูแลในช่วงตอนกลางวันจนถึงประมาณ 1-2 ทุ่ม

โดยหลังจากที่พี่เลี้ยงกลับไปแล้ว ถ้านุ๊กกับสามียังไม่กลับบ้าน พี่ชายทั้งสองคนก็จะช่วยกันดูแลน้องชายคนเล็กด้วยตัวเอง ทั้งนี้ สามารถติดตามเรื่องราวแบบเต็ม ๆ ของ นุ๊ก สุทธิดา ได้ในรายการ คุยแซ่บShow

‘น้ำ รพีภัทร ’ ควักเงินซื้อควายเผือกมาเลี้ยง

‘น้ำ รพีภัทร ’ ควักเงินซื้อควายเผือกมาเลี้ยง (ชมคลิปท้ายข่าว)


“น้ำ รพีภัทร” เป็นพระเอกหนุ่มที่ใช้ชีวิตได้น่าอิจฉามากเพราะวันว่างวันหยุดเมื่อไหร่เจ้าตัวจะเดินทางไปบ้านต่างจังหวัด นอกจากอากาศจะดีแล้ว

หนุ่มน้ำ ยังทุ่มเทให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ชน ที่ต้องบอกว่าเขาสร้างมากับมือเลยจริงๆ จากความชอบสู่ธุรกิจที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ จะบอกว่า น้ำ รพีภัทร เป็นเศรษฐีฟาร์มไก่ชน

และที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับ น้ำ รพีภัทร กับภรรยาคนสวย มินตรา รวมถึงลูกชายสุดหล่อ น้องโอเชี่ยน คงจะบ้านหลังงามกลางท้องไร่ที่ต้องบอกว่าผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

เป็นดาราติดดิน ชอบชีวิตชนบท สำหรับ น้ำ รพีภัทร ที่ตอนนี้ย้ายไปปลูกบ้านและใช้ชีวิตแบบลูกทุ่งชนบทที่จ.นครนายก กับครอบครัวทั้งภรรยาและลูกๆ

โดยนอกจากงานแสดงแล้ว หนุ่มน้ำ รพีภัทร ยังเปิดฟาร์มไก่ชนที่เจ้าตัวรัก และพยายามส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน รวมทั้งมีบ่อเลี้ยงปลา และเตรียมศึกษาที่จะทำนาด้วย ตอนนี้ก็ไปๆมาๆกับกรุงเทพฯ

ล่าสุดหนุ่ม น้ำ รพีภัทร ยังเปิดช่องยูทูบ Nam Rapeepat พร้อมเปิดเรื่องในฟาร์มที่ตอนนี้มีมากกว่าไก่ชน เป็นควายเผือกแม่ลูก โดยหนุ่มน้ำทุ่มทุนซื้อควายเผือกมาถึงล้านบาท เรียกได้ว่าซื้อรถหรูได้คันนึงเลย

โดยแม่ควายเผือกชื่ออั่งเปา อายุประมาณ 3 ปี และคว้ารางวัลจากการประกวดมามากมาย ส่วนลูกควายเผือกชื่อ หยกมณี

เปิดบ้านและชีวิตแบบลูกทุ่งชนบท ที่ จ.นครนายก ที่เจ้าตัวประกาศว่าเป็นที่สุดท้ายที่จะใช้ชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงบั้นปลายหลังเกษียณ

โดยบ้านเพิ่งปลูกเสร็จ มีที่ดินบริเวณกว้าง พร้อมฟาร์มไก่ชนที่เจ้าตัวรัก พยายามส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชน รวมทั้งมีบ่อเลี้ยงปลา และเตรียมศึกษาที่จะทำนาด้วย ตอนนี้ก็ไปๆมาๆกับกรุงเทพฯ ส่วนลูกชายก็กำลังจะหาที่เรียนแถวๆ บ้าน

เปิดค่ายมวย ‘แมทธิว ดีน’

เปิดค่ายมวย ‘แมทธิว ดีน’ โค้ชทีมไวท์ หลังเอาชนะในรายการ ’10 Fight 10′ (ชมคลิปท้ายข่าว)

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา ช่องเวิร์คพอยท์ หมายเลข 23 จัดงานแถลงข่าว เปิดตัวรายการใหม่ “10 FIGHT 10 Presented by GS BATTERY” ยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ๆ ของวงการโทรทัศน์

กับครั้งแรกของเมืองไทยที่นำเอาซุปเปอร์สตาร์ดาราชายระดับแถวหน้า มาชกมวยกันจริง เจ็บจริง บนเวทีมวยอาชีพ! และไม่เคยมีรายการไหนทำมาก่อน ณ ลาน แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

นอกจากนักแสดงขึ้นชกทั้ง 20 คนแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือผู้อยู่เบื้องหลังทีมจะแข็งแกร่งแค่ไหนอยู่ที่โค้ชทั้ง 2 คนนี้ White Team (ทีมขาว) นำโดย แมทธิว ดีน เจ้าของค่ายมวยชื่อดังที่สร้างนักชกมาแล้วมากมาย

และ Black Team (ทีมดำ) นำโดย อองตวน ปินโต นักมวยรูปหล่อดีกรีระดับแชมป์ บอกได้เลยว่าบนสังเวียนนี้ไม่มีใครยอมใคร! ซึ่งคะแนนชกทีมที่ชนะแต่ละสัปดาห์จะสะสมไปถึงสัปดาห์สุดท้าย เพื่อรวมว่าทีมไหนได้มากกว่าจะเป็น “The Champion”

เรียกว่าจบไปแล้วกับ 10 FIGHT 10 คู่ชกคู่สุดท้ายที่หลายๆคนรอคอย ระหว่าง เจ้าขุน จักรภัทร ทีมแบล็ค กับ แบงค์ ธิติ ทีมไวท์ ในการชกเป็นไปอย่างดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร ปล่อยหมัดใส่กันรัว ๆ แบบไม่มียั้ง

จนกระทั่งในยกที่สอง เจ้าขุน ต้านทานแรงหมัดไม่ไหว ล้มไปกองกับพื้นถึง 2 ครั้ง สุดท้ายกรรมการบนเวทีเห็นว่า เจ้าขุน ไม่ไหวจึงทำให้ แบงค์ ธิติ เป็นฝ่ายชนะน็อกไปในที่สุด ทีมไวท์รับถ้วยรางวัลและเงิน 1 ล้านบาท จาก GS BATTERY ไปครอง

“มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่สำหรับคนไทยกระแสของมวยไทย กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มของคนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และเป็นที่มาของค่ายมวยไทย หลายๆ แห่งที่เปิดให้บริการในขณะนี้

ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ฝึกศิลปะและอนุรักษ์มวยไทยแล้ว ยังพ่วงเรื่องของการออกกำลังกาย สำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการหุ่นฟิต สวย เป๊ะแบบคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ รวมถึงค่ายมวย “คงสิทธา” (KHONGSITTHA) ของดารา คู่รักแห่งปี อย่าง “แมทธิว ดีน ฉันทวานิช และ “ลิเดีย” – “ศรัณย์รัช วิสุทธิธาดา” ค่ายมวยไทย ซึ่งมีจุดเด่น หรือ จุดขายแตกต่างจากค่ายมวยทั่วไป

เพราะเน้น เรื่องความสะอาด โล่งโปร่งสบาย ทิ้งภาพค่ายมวยไทย ที่ในอดีต เน้นการฝึกมวยไทย เพื่อการแข่งขัน แต่สำหรับค่ายคงสิทธา เน้นการฝึกมวยไทย เพื่อการออกกำลังกายของหนุ่ม สาว โดยเฉพาะ

ซึ่งแมทธิว เล่าถึง ค่ายมวยคงสิทธา เกิดขึ้นมาจากความชอบกีฬาชนิดนี้ เป็นการส่วนตัว และเมื่อครั้งที่อยู่ในต่างประเทศ พอรู้ว่า เราเป็นลูกครึ่งคนไทย สิ่งแรกที่ถาม คือ คุณรู้จักมวยไทยไหม และคุณชกมวยไทยเป็นไหม ยิ่งเป็นแรงกระตุ้น ทำให้ต้องเป็นมวยไทย ในฐานะที่เราเป็นคนไทย

ส่วนการเปิดค่ายมวยไทย สืบเนื่องมาจากความชอบ และการได้ฝีกมวยไทย ที่ผ่านมาได้คลุกคลีกับมวยไทย โดยการเป็นพิธีกร ในรายการไทยไฟต์ (THAI FIGHT) ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ทำให้ได้รู้จัก เทรนเนอร์

และคนในวงการมวยไทยหลายคน และได้ชักชวนมาเป็นเทรนเนอร์ให้กับค่ายคงสิทธา ด้วย และที่เลือกเปิดค่ายมวยไทย ส่วนหนึ่ง มองเห็นว่า ควรจะได้มีส่วนในการอนุรักษ์ มวยไทย

สำหรับค่ายมวยคงสิทธา เปิดให้บริการมาเกือบ 2 ปี อยู่บนถนนสุคนธสวัสดิ์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ บนพื้นที่มากกว่า 1 ไร่ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ กว่า 70% เป็นผู้หญิง ที่ต้องการออกกำลังกาย และฝึกศิลปะมวยไทย

ส่วนในค่ายมีนักกีฬาที่แข่งขัน อยู่ เพียง 2-3 คน เท่านั้น เพราะการเป็นค่ายมวยไทย มีความจำเป็นที่จะต้องมีนักกีฬา เพื่อเอาไว้แข่งขัน และขึ้นชก เพื่อสร้างชื่อให้กับค่ายด้วย

ชมคลิป

‘นุสบา-สามี’ ออกงาน พร้อมเหล่าคณะ รมต.

‘นุสบา-สามี’ ออกงาน พร้อมเหล่าคณะ รมต. (ชมภาพ)

ขึ้นแท่นเป็นภริยารัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว สำหรับนักแสดงสาวรุ่นใหญ่อย่าง นุส นุสบา ปุณณกันต์ หลังจากสามี บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ล่าสุด นุสบา ได้โพสต์ “อิริยาบถสบายๆเป็นกันเองของนายกรัฐมนตรี และภริยา ครม.และคู่สมรสขณะร่วมกิจกรรมจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ทางสายตา ร่วมทำสมุดเขียนอักษรเบรลล์ ณ มูลนิธิช่วย

คนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์… ดีใจที่ได้กลับมาเจอน้องๆผู้พิการทางสายตาอีกครั้งนะคะ เลื่อนภาพได้ค่ะ” ซึ่งมูลนิธิช่วยคนมองไม่เห็นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถี

เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

ช่วยเหลือคนมองไม่เห็น ซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และคู่สมรส คณะแรกที่ได้ทำกิจกรรมจิตอาสากับผู้ที่คนมองไม่เห็น ซึ่ง นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้คิดต่อยอดจากไม้เท้าสีขาว

อาจจะเป็นแว่นกรอบสีขาวหรือแว่นตาดำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนรู้ว่าเขาเป็นผู้ที่คนมองไม่เห็นทางสายตาหรือทางร่างกาย และเพื่อไม่ให้เกิดปมด้อย ไม่ใช่ให้คนสงสาร แต่ต้องการให้เกิดความเข้าใจ

อยากให้ทุกคนคิดนอกกรอบ เหมือนที่วันนี้ตนได้แนะนำหนังสือ Blue Ocean ให้กับรัฐมนตรีไปอ่าน และอยากให้ทุกคนได้อ่านด้วย ตนได้อ่านแล้วเมื่อคืน 327 หน้า อ่านเพื่อให้เกิดแนวคิด

ในการทำการตลาดอะไรก็ตาม อย่าทำแบบ Red ocean ที่การแข่งขันสูง แต่ต้องหาทะเลสีฟ้าและสีน้ำเงินให้เจอ เป็นวิธีการบริหารราชการ โดยมองหาตลาดใหม่ แต่ไม่ลืมตลาดเก่า

ซึ่งตนอ่านแล้วเกิดแนวคิดเช่นนี้ ไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิด แต่ต้องเรียนรู้ การศึกษาจึงสำคัญที่สุดมากกว่าอย่างอื่น และหากสังคมสงบ อะไรก็ทำได้หมด ความขัดแย้งไม่เกิด การแลกเปลี่ยนระหว่างกันก็จะเกิดขึ้น

ไม่เช่นนั้นก็จะตีกันตั้งแต่แรก วันนี้เป็นบรรยากาศวันแม่ คิดถึงแม่ แม่ตนเสียไปแล้ว น้ำตาจะไหล เพราะรักแม่มาก “หลังจากได้ฟังเพลงยิ้มสู้ ผมก็ยิ้มสู้ ยิ้มทุกวัน อะไรที่เป็นประโยชน์ผมมีความสุข

ผมไม่เอาตรงนั้นไปพันตรงนี้อีกต่อไป เพราะมันทำร้ายตัวผมเองมากกว่า วันนี้รู้สึกมีกำลังใจที่ท่านได้อวยพร ถือเป็นการให้พรทุกคนที่มาด้วย และคนที่ไม่มา มีใครจะถามอะไรเพิ่มไหม มีใครจะถามกระทู้ไหม

เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการก็ว่ากันไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว จากนั้นนายกฯ ยังได้มอบอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เยี่ยมชมกิจกรรมในห้องเรียนต่างๆ โดยระหว่างนั้นมีคนหนึ่ง

มาขอถ่ายรูปกับนายกฯ พร้อมระบุว่า เมื่อก่อนเคยไปประท้วงเรื่องการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเคยกระโดดคลองเปรมประชากร เมื่อนายกฯ ได้ฟังเช่นนั้นจึงถามกลับอย่างอารมณ์ดีว่า

“กระโดดทำไมเล่า ไม่ต้องกระโดดแล้ว เดี๋ยวกระโดดลงไปแล้วมันไม่ตาย เพราะน้ำมันตื้นแล้ว” ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปลูกต้นพุดน้ำบุษย์เป็นที่ระลึก ขณะที่ช่วงหนึ่งนายกฯได้หลับตาทดลองเดินบนเบรลล์

บล็อก ซึ่งเป็นเส้นทางเดินสำหรับผู้ที่คนมองไม่เห็นทางสายตา ก่อนไปบันทึกเทปเสียงกล่าวให้กำลังใจผู้ที่คนมองไม่เห็น ซึ่งจะนำมาเปิดตอนเช้าหน้าเสาธง

‘อ๋อม สกาวใจ’ คุณแม่ลูกหนึ่ง อวดหุ่นวัย 43 ปี

ขายาว-ไม่พึ่งแอปฯ ‘อ๋อม สกาวใจ’ คุณแม่ลูกหนึ่ง อวดหุ่นในวัย 43 ปี (ชมคลิปท้ายข่าว)

เรียกได้ว่าเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่หุ่นยังแซบเซี้ยะไม่เปลี่ยน แม้อายุจะปาเข้าไป 42 แลวก็เถอะ สำหรับนักแสดงสาวขาสวย “อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์” และนอกจากจะหุ่นดีแล้ว ก็ยังมีครอบครัวที่อบอุ่นเพียบพร้อมไปทุกอย่าง จัดว่าชีวิตดี๊ดีเลยล่ะ

ล่าสุดเจ้าตัวก็เกี่ยวก้อยสามี และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “น้องจอมทัพ” หนีร้อนไปรับลมทะเล แถมยังจัดเต็มชุดว่ายน้ำวันพีซเว้าสูง อวดผิวออร่าเนียนสวย

เด็ดสุดก็ตรงความยาวความขาวของเรียวขานี่ล่ะจ้าช่างดีงามซะเหลือเกิน งานนี้ทำเอาชาวเน็ตออกมาชื่นชมกันอย่างท่วมท้นอินสตราแกรม อย่ารอช้าตามมาส่องกันดีกว่า

ซึ่งอีกหนึ่งสุดยอดคุณแม่หุ่นเป๊ะแห่งวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้สำหรับ “อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์” ที่ช่วงนี้แม้ไม่ค่อยเห็นในจอเท่าไหร่ แต่หากเข้าไปส่องในอินสตาแกรม @oomsakaojai รับรองว่าร้องว้าวแน่!!!

วัย 43 ปีแต่ดูแลตัวเองได้เป๊ะขนาดนี้ ถือว่าสุดยอดมาก คุณแม่อ๋อม เคยให้สัมภาษณ์ ไว้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองว่า

กว่าจะได้ลูกคนนี้มารอนานไหม?
อ๋อม : “ประมาณ 2 ปี ค่ะ ไม่ได้ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ด้วย คือจริงๆ ตั้งใจจะไปทำ แต่เอาเข้าจริงแล้วเขามาโดยธรรมชาติ วันที่รู้ว่าตั้งท้องตอนนั้นใส่รองเท้าส้นสูงไปหาคุณหมอเพื่อที่จะไปทำ

แล้วคุณหมอก็ทักว่า น่าจะท้องแล้วนะ เราก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ หลังจากนั้นคุณหมอก็เอาผลเลือดไปตรวจแล้วก็บอกว่า ดีใจด้วยคุณอ๋อมท้อง พอเราฟังเราก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที ไม่กล้าเดินเลย กลัวหลุดอะไรแบบนี้ค่ะ เพราะเราอายุเยอะแล้วด้วย”

เห็นว่ามีอยู่ช่วงนึงกระแสตก งานน้อยลงรู้สึกยังไงบ้าง?
อ๋อม : “คือปกตินะไม่ได้นอยด์หรืออะไร อาจจะเป็นช่วงนึงที่พออายุเยอะขึ้น แล้วการวางตัวต่างๆ มันไม่ชัดเจนเหมือนกับว่าจะเล่นเป็นตัวไหนดี หรือบทไหนจะเหมาะ

เราก็จะเข้าใจได้ จริงๆ ก็ไม่ได้หายไปไหนนะ คือเราถ่ายละครอยู่แต่ว่ามันยังไม่ได้ออนแอร์ แล้วก็มีงานพิธีกรด้วย เราก็คิดว่าเก่าไปใหม่มาเป็นเรื่องปกติค่ะ”

เอให้กำลังใจยังไงบ้าง?
เอ : “บอกเขาว่ามันเป็นยุคสมัยและครับ เหมือนกับมีคลื่นลูกใหม่มาลูกเก่ามันก็ต้องหายไป แต่เดี๋ยวมันก็กลับมาครับ ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงอะไรแบบนี้ก็บอกเขา”

“ต้องบอกเลยว่าที่ผ่านมาอ๋อมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่อายุเริ่มเยอะขึ้นจึงหันมาใส่ใจในการออกกำลังกายมากขึ้น โดยปกติจะชอบซิทอัพ 100-200 ครั้ง

ส่วนเรื่องขาวิธีที่อ๋อมชอบทำและคิดว่ามีส่วนช่วยให้ขากระชับมากขึ้น คือ การปั่นจักรยานกลางอากาศค่ะ ปั่น 100-200 ครั้ง ก็จะช่วยให้ต้นขากระชับถึงจะช่วยไม่ได้มากเท่ากับการปั่นจักรยานจริงๆ แต่เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างค่ะ”

“เรื่องอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน อ๋อม จะไม่ค่อยทานแป้งนะคะ ถ้าใครที่กำลังลดความอ้วนแนะนำให้ทานแป้งน้อยลง และงดน้ำอัดลมด้วยค่ะ”

ใครอยากเป็นคุณแม่ยังเป๊ะ เป็นสาวสวยหุ่นดีตลอดกาล อย่าลืมนำเคล็ดลับง่ายๆ ของแม่อ๋อมไปปรับใช้ตามไได้เลยจ้า

แล้วตอนนี้ยังรับละครอยู่ไหม?
อ๋อม : “รับค่ะ จะบทไหนก็เล่นได้หมด บทแม่ก็รับ แล้วก็เดี๋ยวจะมีเปิดกล้องเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ”

ชมคลิป

‘กบ สุวนันท์’ หวง ‘น้องณดา’ หลังโตเป็นสาว

‘กบ สุวนันท์’ หวง ‘น้องณดา’ หลังโตเป็นสาว (ชมคลิปท้ายข่าว)

เชื่อว่าในสายตาของคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้น ต่อให้ลูกจะโตขึ้นสักแค่ไหน ก็ยังมองลูกเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ เมื่อครั้งวันวานอยู่ดี เหมือนกับที่คุณแม่กบ สุวนันท์ อยากให้ น้องณดา ลูกสาวสุดที่รัก เป็นเด็กน้อย

น่ารักที่ใสซื่อคนนั้น เพราะปัจจุบัน น้องณดา ยิ่งโตยิ่งสวย คุณแม่ก็เลยแอบหวงลูกสาวเป็นธรรมดา ล่าสุด (13 สิงหาคม 2562) คุณแม่กบ สุวนันท์ ก็ได้โพสต์ภาพ น้องณดา จากมุมข้างที่ดูโตขึ้นกว่าเมื่อ

ก่อนมาก พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า “โตเป็นสาวแล้วอะ..สาวน้อยของแม่ ยังอยากให้เป็นเด็กน้อยคนนั้น ‘กู๊ดดดดไนท์..ปั๋นดีนะค้าาาา’ ใครยังจำได้บ้างคะ ??” งานนี้มีคนเข้ามาคอมเมนต์เห็นด้วยกับคุณแม่กบ

ประมาณว่าหยุดเวลาไว้ได้ไหม ยังไม่อยากให้น้องโตเลย ในขณะที่อีกหลายคนก็เข้ามาชมว่า น้องณดา ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นมากจริง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงนี้โรงเรียนหยุดยาวหลายวัน คุณแม่ กบ สุวนันท์

เลยจัดทริปเขาใหญ่ พาน้องณดา น้องณดล ไปเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนกับเพื่อน ๆ โดยโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมพร้อมแคปชั่นว่า “โรงเรียนหยุด 4 วัน มาเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อน ๆ มาครั้งนี้สนุกมาก

เพราะเพื่อน ๆ มากันเยอะเลย” แต่เมื่อได้เห็นภาพที่โพสต์ ก็ทำเอาหลายคนตะลึง พร้อมขยี้ตารัว ๆ กับภาพน้องณดาใส่ชุดว่ายน้ำ โพสท่าสะบัดผมขึ้นจากน้ำ ซึ่งเป็นท่ายากที่หลายคนรู้กันดีว่าต้องสะบัดผม

อย่างมีองศา เพราะหากองศาไม่ดี รูปก็ออกมาไม่สวย แต่สำหรับ น้องณดา สาวน้อยอายุ 8 ขวบ กลับทำออกมาได้สวยเป๊ะปัง ทำเอาหลายคนเข้ามาแซวว่าน้องโตเป็นสาวแล้ว ฉายแววนางแบบมืออาชีพตั้งแต่เด็ก ๆ

เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม แม่กบ ก็ได้ลงภาพน่ารัก ๆ เอาไว้เพียบ ทั้งน้องณดา น้องณดล เล่นน้ำกันสนุกสนานตามประสาเด็ก ตามไปดูกันเลย ซึ่งทำให้ กลายเป็นประเด็นดราม่าเข้าจนได้ หลังจากคุณแม่

กบ สุวนันท์ ลงรูปสุดเก๋ของลูกสาว น้องณดา ขณะอยู่ในชุดว่ายน้ำ เล่นน้ำกับเพื่อน ๆ และโพสท่าสะบัดผมเก๋ ๆ สไตล์นางแบบ แต่ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ติงแรงว่าดูโตเกินไป ไม่เหมาะสม จนแม่กบต้องออกมาโพสต์

ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด (9 มิถุนายน 2562) กบ สุวนันท์ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ตนเข้าใจในส่วนของคนที่เป็นห่วงน้อง โดยลักษณะท่าทางและชุดที่น้องใส่ คนเข้ามาเตือนกันด้วยความหวังดี แต่อาจจะมี

คนบางกลุ่มที่เข้ามาตำหนิ ต่อว่า สิ่งที่ตนเขียนต่อมา ซึ่งตรงนั้นตนต้องการชี้แจงถึงเจตนาว่าทำไมถึงลงภาพนั้น ก็มีคนเข้ามาต่อว่าทั้งตนและลูก เลยรู้สึกว่า ถ้าจะมองว่าเป็นความสนุกของเด็ก ตนมองแค่นั้นจริง ๆ

โดยได้เผยต่อว่า รูปนั้นเป็นรูปที่เพื่อนเขาทำกัน 5 คน สะบัดกันใหญ่ ตนก็มองว่ามันเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ของความเซ็กซี่มากกว่า ส่วนใหญ่สาว ๆ เซ็กซี่ใส่ทูพีซแล้วสะบัดผมคนจะคิดกับภาพนี้ว่าเป็นภาพที่เซ็กซี่

‘อีฟ’ ถ่ายภาพคู่ ‘แม่เปี๊ยก อรัญญา’

‘อีฟ’ ถ่ายภาพคู่ ‘แม่เปี๊ยก อรัญญา’


เรียกว่าสวยเพราะได้คุณแม่จริงๆ สำหรับ“อีฟ พุทธธิดา” ลูกสาวนักร้องและพิธีกรรุ่นใหญ่ “อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา” กับอดีตนางเอกดัง

และเป็นนางเอกในดวงใจของใครต่อใครอีกมากมาย “เปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์” การันตีความสวยจากโพสต์ล่าสุดที่เจ้าตัวแชะภาพคู่คุณแม่ที่อายุ 71 ปีแล้ว

แต่ทว่าความงดงามยังไม่ได้ลดน้อยถอยไปเลย เพราะขณะนี้สาวอีฟอายุ 36 แล้ว แถมยังมีลูกชายกำลังน่ารักน่าอ็นดู คุณแม่เปี๊ยก ที่กลายเป็นคุณยายแล้วก็ยังคงสวยสะพรั่ง

งานนี้สาวอีฟได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นอย่างภาคภูมิใจว่า yvessirachaya เพราะแม่…ก็คือแม่! เหมือนแม่ได้เพียงครึ่งหนึ่งก็พึงใจ 😊แม่คือเพชรน้ำเอกของลูก 😍 รักแม่นะคะ

ขอย้อนความหลังวันแรก ที่ต้นเจออีฟรู้สึกยังไงบ้าง
ต้น “ถูกชะตาครับ มีออร่ารังสีของความเป็นแม่ของลูก” อีฟ ร้องเสียงหลง ห๊า หา…า ทางต้นเล่าต่อ “เค้ามีความเป็นผู้นำและมีความมั่นใจในตัวเองมาก และเราชอบคนที่มีบุคลิกผู้นำและผู้ตามที่ดีและเรารู้สึกว่าเค้าอาจจะนำเราได้ในบางเรื่อง”

เริ่มต้นการจีบยังไง ต้น “เริ่มต้นจากการเห็นรูปเพราะตอนนั้นผมก็โสดพอดี วันนั้นรู้สึกอยากมีใครสักคนเข้ามาในชีวิต ก.พ.ปีที่แล้ว บังเอิญผมไปทานข้าวกับ

รุ่นพี่ก็คุยเรื่องสัพเพเหระ คุยกันอยาก มีแฟนและเค้าเลย เอารูปของอีฟให้ดู เราเห็นจากรูปก็ รู้สึกชอบเลยขอเบอร์ ขอไลน์”

อีฟ “ตอนแรกเพื่อนไลน์มามีเพื่อนอยากชวนไปกินข้าวอีฟก็งงๆ ยังมีอีกเหรอแบบนี้ เพราะตอนนั้นอีฟกำลังไปดูคอนเสิร์ตมาดอนน่า ก็ไลน์บอกเพื่อนอย่าเพิ่งคุยกัน แต่เพื่อนจะไลน์จี้หนักมากก็เลยบอกให้ไลน์อีฟไปสิเพื่อตัดบท

เพื่อนก็ถามให้ไลน์เลยเหรอ? อีฟเลยบอกก็ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องกินข้าว ถ้าคุยรู้เรื่อง แย่สุดก็ได้เพื่อนใหม่ พอเพื่อนให้ไลน์ไปปุ๊บ ไลน์เด้งมาทันที สวัสดีครับ อีฟขำรีบนะ (หัวเราะ)”

รีบจีบสาวอะไรขนาดนั้น ต้น “ตอนนั้นอยากมีแฟน อยากมีความรักเพราะวันๆทำแต่งานมันน่าเบื่อ เซ็งกับชีวิตมาก มีเค้าเข้ามาคิดเหมือนกันอย่างน้อยถ้าเค้าไม่ชอบเรา อย่างน้อยมีเพื่อนใหม่”

สัญญารักซึ่งกันและกันหลังจากนี้ต้องจูงมือไปด้วยกัน
ต้น “คำเดียวเลยคำว่า เข้าใจ เคารพซึ่งกันและกัน บางเรื่องเราไม่คิดว่าตัวเองเก่ง บางเรื่องเขาเก่งกว่าเราก็ต้องฟัง ไม่ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างเอาความเห็นของตัวเองเป็นใหญ่มันก็ไม่ใช่ สุดท้ายแล้วคำว่าเข้าใจนี่แหละ ผมเดินตามทางคำนี้มาตลอด ต้องเข้าใจกันและกัน”

คอนโด ‘แบงค์ ธิติ’

คอนโด ‘แบงค์ ธิติ’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

ก่อนหน้านี้ รายการปลวกขึ้นบ้าน พาไปชมห้องนอนของพระเอกหนุ่ม “แบงค์ ธิติ” ไปสัมผัสกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายมุม

ทั้งมุมหวานละมุนกับการเล่นดนตรี มุมสนุกสนานกับการท่องโลกออนไลน์ แถมเปิดมุมมองใหม่กับการลองแต่งเป็น “โจ๊กเกอร์” ซึ่งเป็นบทบาทที่อยากลองแสดง

ซึ่งเจ้าตัวได้เผยในรายการว่า เป็นคอนโดที่เช่าอยู่ก่อน เผื่อวันข้างหน้า จะได้มีโอกาสย้ายไปอยู่ที่อื่น อีกอย่างคอนโดก่อใกล้กับมหาลัยที่ตนเรียนอยู่ด้วย

หลังจากที่ขึ้นชกชนะน็อคไปในรายการ 10 Fight 10 แบงค์ ธิติก็ได้รับคำชมจากคนดู สำหรับลีลาการต่อยมวย

และการออกกำลังกายฟิตหุ่นอย่างหนัก จนเปลี่ยนแปลงไปมาก วันนี้มาทำความรู้จักแบงค์ให้มากขึ้นกันอีกนิดดีกว่า

หลายคนคงจะทราบกันดีว่าแบงค์ ฮอร์โมน หรือ แบงค์ นิติ มหาโยธารักษ์ เป็นดาราที่โด่งดังจากซีรี่ส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ในซีซั่น 2

เกิดวันที่ 19 พฤศจิกายน 2539 ศึกษาที่วิทยาลัยนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

แบงค์เคยได้รับทาบทามจากรายการ The Star ค้นฟ้าคว้าดาว แต่เจ้าตัวร้องเพลงไม่เก่งจึงได้ปฏิเสธไป และมาออดิชั่นซีรี่ส์ฮอร์โมนแทน

แบงค์ผ่านเข้ารอบด้วยความสามารถหลากหลายด้าน รวมถึงการเล่นละครก็ได้ทุกบทบาท จากนั้นก็มีผลงานมาเรื่อยๆ ในฮอร์โมนซีซั่น 3,

เพื่อนเฮี้ยน โรงเรียนหลอน, ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์, เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ และอื่นๆ อีกมากมาย

ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าร้องเพลงไม่เก่ง แต่ก็เคยมีผลงานเพลง ป๋อง ประกอบภาพยนตร์เมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ และเพลง cover อื่นๆ

และเสียงก็ใช้ได้เลยทีเดียว ด้านความรัก แบงค์คบหาอยู่กับแฟนสาวนอกวงการชื่อ บี ทั้งคู่มักจะมีรูปหวานๆ มาให้ได้เห็นอยู่เสมอ

สำหรับรายการ 10 Fight 10 รายการชกมวย ทางช่องเวิร์คพอยท์ แบงค์ได้พยายามฟิตหุ่นอย่างจริงจัง จนเปลี่ยนลุคไปอย่างสิ้นเชิง

ทำเอาหลายคนจำไม่ได้ แต่แบงค์ก็ทำให้คนดูประทับใจกับความตั้งใจ และความพยายาม ความกล้าเจ็บนี้

ชมคลิป