บ้าน ‘เจ เจตริน’

เปิดบ้านหรู 60 ล้าน ‘เจ เจตริน-ปิ่น เก็จมณี’ สร้างเพื่อลูกชาย ‘เจ้านาย-เจ้าขุน-เจ้าสมุทร’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

เป็นอีกครอบครัวดาราแสนอบอุ่น สำหรับครอบครัวของหนุ่ม ‘เจ เจตริน’ และ ‘ปิ่น เก็จมณี’ พร้อมลูกชายสุดหล่อทั้ง 3 คน อย่าง เจ้านาย, เจ้าขุน และเจ้าสมุทร โดยครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม แถมยังตกแต่งอย่างสวยงาม

พาไปลัดเลาะดูรอบบ้านครอบครัววรรธนะสินหลังใหม่ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยมีทั้งฟิตเนสแบะสระว่ายน้ำ รวมไปถึงสถานที่ทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่างสนามไดรฟ์กอล์ฟเล็กๆ และสนามบาสที่มีไว้ให้ลูกชายทั้ง 3 คนทำกิจกรรมร่วมกัน

ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับรายการ 10Fight10 ที่ออกอาการทางช่องเวิร์คพอยท์ โดยมี เจ เจตริน เป็นโปรโมเตอร์ โดยคู่สุดท้ายเป็นการพบกันระหว่าง เจ้าขุน จักรภัทร ลูกชายของ เจ เจตริน และ ปิ่น เก็จมณี ปะทะกำปั้นกับพระเอกหนุ่มรูปหล่อ แบงค์ ธิติ โดยคู่นี้ถือว่าน้ำหนักและส่วนสูงสูสีกันอย่างมาก

งานนี้หลังจากระฆังดังทั้งคู่ก็เดินเข้าหาแลกหมัดกันไม่มียั้ง เรียกว่าไม่มีใครยอมใคร จนเข้าสู่ยกที่ 2 แบงค์ ธิติ ยังคงเดินสาวหมัดใส่อย่างดุเดือด แม้ว่าจะโดน เจ้าขุน สวนกลับมาบ้าง แต่ปลายยกเจ้าขุนดูจะมีอาการอ่อนแรงอยู่ จนทำให้โดนหมัดของแบงค์เข้าอย่างจังจนเจ้าขุนลงไปกองกับพื้นให้กรรมนับ ก่อนถูกจับแพ้ TKO ไปในยกที่ 2 ทำให้แบงค์ชนะไปได้อย่างสวยงาม

หลังจบการชกก็เกิดดราม่าขึ้นจนได้ ทั้งที่ก่อนการแข่งขัน เจ้าขุน ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ไม่อยากให้พ่อโดนดราม่า” ก็ตาม

ซึ่งดราม่าที่ว่าเกิดขึ้นจากการที่เจ้าขุนพูดขอบคุณจบแล้วและได้ส่งไมค์คืนให้กับ กันต์ กันตถาวร พิธีกรประจำรายการ แต่จู่ ๆ เหมือนนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณกลุ่มเพื่อนที่ตามมาเชียร์ถึงขอบเวที จึงคว้าไมค์จากมือของ กันต์ กลับมาอีกครั้งแบบที่ไม่ทันตั้งตัว จนกลายเป็นดราม่าขึ้นมา

ทำให้ #เจ้าขุน ติดเทรนด์ทวิตด้วย โดยมีผู้ทวิตเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นบนเวที อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตก็ยังชื่นชมการทำหน้าที่พิธีกรของ กันต์ ที่สามารถควบคุมสติและดำเนินการรายต่อไปได้อย่างไม่มีสะดุดอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการแคบภาพขณะที่เจ้าขุนหันไปพูดขอบคุณแฟน ๆ ที่เดินทางมาเชียร์ ซึ่งเป็นจังหวะการชูนิ้ว ให้กับกองเชียร์ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

กันต์ กันตถาวร ตอบถึงกระแสดราม่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหนุ่มกันต์ได้เคลียร์ให้เราฟังว่า…”ในฐานะพิธีกรผมเองก็มีโอกาสได้อ่านมวลรวมทั้งหมด และก็มีหลายๆ มวลรวมที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลัน เนื่องจากว่ารายการนี้เป็นรายการสด

ดังนั้นสำหรับมวลที่เกิดขึ้น ผมเองก็เป็นห่วงทุกคน เป็นห่วงความรู้สึกทุกคน ทั้งเจ้าขุนและแบงค์ทั้งสองคนก็เป็นน้องที่ผมรู้จักดี แต่สำหรับวันนี้ผมขอพูดแค่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมละกันครับ ไม่ขอพาดพิงคนอื่น”

“ที่เห็นว่ามีการเขียนข่าวว่า ‘แย่งไมค์’ ซึ่งผมในฐานะพี่ ผมก็ต้องพูดจริงๆ ว่า ‘สิ่งที่น้องทำไม่ถูกต้อง คือคุณไม่สามารถแย่งไมค์จากใครก็แล้วแต่แบบนั้นได้’ แต่จะผิดหรือไม่ผิดนั้น มันก็ต้องดูที่เจตนาร่วมด้วย ซึ่งผมรู้สึกว่าน้องไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี เพราะน้องนำไมค์ของไปใช้ขอบคุณแฟนคลับของแบงค์ ดังนั้นก็คือ น้องมีเจตนาดี

แต่การกระทำไม่ถูกต้อง ผมกล้าพูดแบบนี้ และผมก็เชื่อว่าน้องได้เรียนรู้แล้วครับ สุดท้ายประสบการณ์จะสอนน้องเอง มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองครับว่าอะไรดี หรืออะไรไม่ดี น้องยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้กับการอยู่ตรงนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้ผมเชื่อว่าน้องรู้แล้ว และครอบครัวของน้องซึ่งก็คือพี่ปิ่นกับพี่เจก็รู้แล้วครับ และอย่างที่ผมบอกน้องไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีเลย”

“ถามว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้น้องได้มาขอโทษแล้วหรือยัง เขาก็ขอโทษบนเวทีแล้วนะครับ และตัวผมเองก็แก้สถานการณ์บนเวทีไปแล้วด้วย ทำให้มันดูเป็นเรื่องตลกไป แต่ถามว่า ณ เวลานั้นผมเหวอไหม ก็ต้องเหวออยู่แล้ว เหวอจริงๆ

แต่ด้วยความที่มันเป็นรายการสด เราก็ต้องทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปอย่างราบรื่นที่สุด มันไม่สามารถคัทหรือเอาใหม่ได้ หรือมุกที่พูดถึงคุณปัญญาว่า ‘แม้แต่คุณปัญญายังไม่เคยทำแบบนี้กับผมเลย’ จริงๆ มันก็ไม่แรงนะ มันเป็นแค่การแซวกันเพื่อให้มันเกิดมวลเฉยๆ ถ้าดูจากสีหน้าและน้ำเสียงผม จะรู้ว่าผมไม่ได้อะไร”

Loading...